“โกลเบล็ก”แนะช็อปหุ้นส่งออกไก่

   เมื่อ : 04 ธ.ค. 2568

บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์นี้ Sideway ออกข้าง นักลงทุนจับตาการเจรจาสันติภาพยูเครน-รัสเซียอย่างใกล้ชิด ปัจจัยในประเทศยังไร้แรงหนุนใหม่เข้าสู่ตลาด ฝ่ายวิจัยคาดกรอบดัชนีเคลื่อนไหว 1220–1280 จุด พร้อมแนะเก็งกำไรหุ้นหุ้นส่งออกไก่ รับอานิสงส์ส่งออกเดือนตุลาคมโต


นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินแนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มแกว่งตัวแบบ Sideway ออกข้าง โดยนักลงทุนยังคงจับตาความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพระหว่างยูเครนกับรัสเซียจะหารือเกี่ยวกับแผนสันติภาพในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังไม่มีแรงหนุนใหม่เข้ามาเสริมตลาด จึงคาดการณ์กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีอยู่ที่ 1220 – 1280 จุด


สำหรับปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในช่วงนี้ โดยแบ่งเป็นปัจจัยบวกและปัจจัยลบ ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกและทิศทางเศรษฐกิจไทย ได้แก่ FedWatch Tool บ่งชี้ว่ามีโอกาสเกือบ 83% ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งสุดท้ายของปีนี้ในสัปดาห์หน้า สำหรับปัจจัยบวกในประเทศมาจากการที่ ธปท. เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในเดือนต.ค.68 ขยายตัวจากเดือนก่อนหน้า ด้านอุปสงค์ปรับตัวดีขึ้นตามการส่งออกที่ขยายตัวได้ต่อเนื่อง จากสินค้าในกลุ่มเทคโนโลยี รายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับดีขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยว และการบริโภคภาคเอกชนปรับเพิ่มขึ้นในเกือบทุกหมวด ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการที่เกี่ยวข้องปรับเพิ่มขึ้น


ส่วนปัจจัยลบ ที่น่าจับตา ได้แก่ ภาพรวมเศรษฐกิจจีน ซึ่งมีการแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการทำข้อตกลงการค้าทวิภาคีระหว่างมาเลเซียและสหรัฐฯ โดยระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการค้าระดับโลกหรือความร่วมมือในภูมิภาค และไม่ควรกระทบต่อผลประโยชน์ของจีน


ด้านสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่าอุทกภัยในหลายจังหวัดภาคใต้ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวคิดเป็นมูลค่าความเสียหายมากกว่า 10000 ล้านบาท จำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูโดยเร็วที่สุด เนื่องจากกระทบทั้งภาวะตลาดในระยะใกล้และภาพลักษณ์ประเทศไทยในภาพรวม นอกจากนี้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดตัวเลขผลกระทบ SME โดนน้ำท่วม สูญ 1500 ล้านบาทต่อวันและหากสถานการณ์ยืดเยื้อ 1 เดือน ตัวเลขรวมอาจแตะ 10000-15000 ล้านบาท


ขณะเดียวกัน ยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยในประเทศที่อาจจะส่งผลต่อการลงทุนได้เช่นกัน อาทิ สัปดาห์ที่ 4 สศค. รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค และวันที่ 17 ธ.ค. กำหนดประชุมกนง. ครั้งสุดท้ายของปี 2568 ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่ยังเฝ้าติดตาม อาทิ วันที่ 1 ธ.ค. ญี่ปุ่น รายงานการใช้จ่ายด้านทุนในไตรมาส 3/2568จีน รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนพ.ย.อียู รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือนพ.ย.สหรัฐฯ รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือนพ.ย. ดัชนีภาคการผลิตเดือนพ.ย. และการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือนต.ค. วันที่ 2 ธ.ค. ญี่ปุ่น รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ย. อียู รายงานอัตราเงินเฟ้อเดือนพ.ย. (ประมาณการเบื้องต้น) และอัตราว่างงานเดือนต.ค. วันที่ 3 ธ.ค. สหรัฐฯ รายงานตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนพ.ย. ราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือนก.ย. และดัชนีภาคบริการเดือนพ.ย. วันที่ 9-10 ธ.ค. ประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ครั้งสุดท้ายของปี 2568


นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้น ได้ประโยชน์จากแนวโน้มเชิงบวก สินค้าส่งออกหลักในเดือนตุลาคม ได้แก่ เนื้อไก่สดแช่แข็ง และ อาหารสัตว์เลี้ยง ที่ยังเติบโตได้ดีต่อเนื่อง โดยหุ้นที่ได้รับอานิสงส์ ได้แก่ GFPT TFG ITC และ AAI ซึ่งปัจจัยดังกล่าวสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจส่งออกอาหารไทย ที่ยังคงมีโอกาสเติบโตแม้เผชิญความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก