SUPER กดปุ่ม COD วินด์ฟาร์มเวียดนาม 30 MW เดินหน้าสร้างรายได้ต่อเนื่อง

   เมื่อ : 06 ม.ค. 2569

บมจ.ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น (SUPER) ประกาศความสำเร็จ COD โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Soc Trang ในเวียดนาม กำลังการผลิตรวม 30 เมกะวัตต์ หลังการไฟฟ้าแห่งชาติเวียดนาม (EVN) อนุมัติรับซื้อไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ ส่งผลสร้างรายได้เพิ่ม ฟากซีอีโอ“จอมทรัพย์ โลจายะ”ระบุพร้อมดำเนินกลยุทธ์ตามแผนรุกขยายการลงทุนพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง ลุยก่อสร้างโรงไฟฟ้าในไทย 185 MW ทยอย COD ปี 2569–2572 เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว


นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SUPER) เปิดเผยว่า เมื่อวันที 31 ธันวาคม 2568 โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมประเทศเวียดนาม “โครงการ Soc Trang Wind Power Plant Project” กําลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ ได้จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ให้กับการไฟฟ้าเวียดนามแล้วจํานวน 27 เมกะวัตต์ และ ที่เหลือ 3 เมกะวัตต์ คาดว่าจะสามารถดําเนินการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ให้กับการไฟฟ้าเวียดนามได้ภายในไตรมาส 1 ของปี 2569


“บริษัทฯ ยังคงหาโอกาสเข้าการลงทุนในธุรกิจอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ และกำไร เพื่อสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง การ COD โครงการดังกล่าว ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่ช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้ของบริษัท พร้อมสะท้อนถึงศักยภาพและความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ"


นายจอมทรัพย์ กล่าวว่า บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Bac Lieu ในเวียดนาม กำลังการผลิตติดตั้ง 99 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ในช่วงต้นปี 2569 ส่งผลให้โครงการพลังงานลมของ SUPER ในเวียดนามมีกำลังการผลิตที่ COD แล้วรวมทั้งสิ้น 179 เมกะวัตต์ รวมทั้งอยู่ระหว่างก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าในประเทศไทยที่ได้รับการประมูล รวมกำลังการผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) จำนวน 185 เมกะวัตต์ คาดว่าจะทยอย COD ในช่วงปี 2569–2572 ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อรายได้และผลประกอบการของบริษัทฯในอนาคต

ที่ผ่านมา SUPER ปรับกลยุทธ์การลงทุนโดยการขายโรงไฟฟ้าบางส่วน เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ลดภาระหนี้ และนำเงินไปลงทุนในโครงการใหม่ ทั้งโซลาร์ฟาร์ม วินดฟาร์ม และโรงไฟฟ้าขยะ ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน ทำให้มีเงินสดพร้อมลงทุน และรักษาอันดับเครดิต “BBB” จาก ทริสเรทติ้ง สะท้อนความมั่นคงของธุรกิจ และสัญญา PPA ระยะยาวทั้งในไทยและเวียดนาม