TWPC เคาะจ่ายเงินปันผล 0.114 บ./หุ้น
บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) (TWPC) อวดผลงานปี 2568 ด้วยการเทิร์นอะราวด์สุดปัง กำไรสุทธิพุ่งขึ้น 318% แตะ 156 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 71 ล้านบาทในปีก่อน กำไรจากการดำเนินงาน ทะยาน 965% ปริมาณขายรวมเติบโต 7% และอัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวจาก 15% เป็น 21% จากการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย การยกระดับสินค้าสู่กลุ่มพรีเมียม (Premiumization) และการกระจายพอร์ตธุรกิจ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.114 บาท สะท้อนความเชื่อมั่นอย่างแข็งแกร่งต่อฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
โครงสร้างธุรกิจที่เป็นความได้เปรียบของ TWPC แบบ Multicore Platform ซึ่งประกอบด้วย 3 เสาหลักที่ทำงานเสริมกันและกระจายตัวในระดับภูมิภาค ช่วยลดความผันผวนของผลประกอบการ และเปิดโอกาสให้บริษัทขับเคลื่อนการเติบโตจากหลายเครื่องยนต์ไปพร้อมกัน
โดย กลุ่มธุรกิจอาหาร (Food) คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 28% ของรายได้รวม ทำหน้าที่เป็นเครื่องยนต์การเติบโตด้านผู้บริโภค มีรายได้เติบโต 8% แตะระดับ 2558 ล้านบาท จากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน (RTE) และอาหารพร้อมปรุง (RTC) ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่ กลุ่มธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม หรือ Specialty (HVA) เป็นกลุ่มที่มีการเติบโตโดดเด่น ด้วยปริมาณขายเพิ่มขึ้น 2% และอัตรากำไรปรับตัวดีขึ้นถึง 720 basis points เมื่อเทียบกับปีก่อน จากความต้องการสูตรส่วนผสมเฉพาะทางในอุตสาหกรรมเบเกอรี่ ผลิตภัณฑ์นม และขนมขบเคี้ยวทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก พร้อมแผนขยายตลาดสู่ยุโรปและตะวันออกกลางในปี 2569
ส่วน กลุ่มธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง (Native Starch) ยังคงเป็นเสาหลักที่ช่วยสร้างเสถียรภาพให้พอร์ตธุรกิจ ด้วยผลตอบแทนที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความแข็งแกร่งของกำไรที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งเงินทุนสำคัญสำหรับการลงทุนและขยายธุรกิจในกลุ่มที่มีการเติบโตสู
กลยุทธ์ Premiumization ของ TWPC เริ่มเห็นผลอย่างชัดเจนและกำลังเร่งตัวขึ้น โดยสัดส่วนสินค้าพรีเมียมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวถึง 630 basis points จากการปรับพอร์ตสินค้าอย่างเป็นระบบไปสู่กลุ่มมูลค่าสูงและมีความผันผวนต่ำ สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวในการผลักดันให้กลุ่มธุรกิจอาหาร (Food) และ แป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (HVA) มีสัดส่วนกำไรรวมมากกว่า 80% ภายในปี 2573 สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของคุณภาพกำไรที่ดำเนินไปอย่างชัดเจนและทวีคูณ
การปรับตัวดีขึ้นของมาร์จิ้นดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่ปัจจัยตามวัฏจักร โดยต้นทุนขายที่ลดลงถึง 15% ช่วยสร้าง Operating Leverage ให้ธุรกิจสามารถขยายอัตรากำไรได้ทุกครั้งที่ปริมาณขายเพิ่มขึ้น หรือเมื่อสัดส่วนสินค้าพรีเมียมสูงขึ้น ขณะเดียวกัน การกระจายฐานการผลิตและตลาดในภูมิภาค CLMV ประเทศไทย และตลาดหลักในเอเชีย-แปซิฟิก ช่วยจำกัดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งเป็นหลัก อีกทั้งกลุ่ม HVA ยังมีอำนาจในการกำหนดราคาสินค้าเฉพาะทางที่ไม่ผูกกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ส่งผลให้โครงสร้างธุรกิจมีความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.114 บาท สำหรับงวดดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2568 โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 29 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 สะท้อนฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นของบริษัท
นายโฮ เรน ฮวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Thai Wah Public Company Limited กล่าวว่า “ผลงานในปี 2568 เป็นบทพิสูจน์ว่าโมเดลธุรกิจแบบ Multicore ของเราสามารถสร้างผลลัพธ์ได้จริง บริษัทสามารถขยายอัตรากำไรขั้นต้นได้ถึง 630 basis points และทำให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 965% จากการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์อย่างมีวินัยว่าเราควรแข่งขันที่ไหนและอย่างไร ในปี 2569 บริษัทจะเร่งขยายกลุ่ม HVA สู่ตลาดเอเชีย-แปซิฟิกและยุโรป ขยายพอร์ตอาหารพรีเมียมสู่ระดับสากล และเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในฐานะบริษัทอาหารระดับโลก”