SSP เปิดงบปี 68 กวาดกำไร 618.7 ลบ. บอร์ดอนุมัติจ่ายปันผล 0.205 บ./หุ้น

   เมื่อ : 27 ก.พ. 2569

บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น (SSP) โชว์ผลงานปี 68 มีรายได้รวม 3263.9 ล้านบาท กำไรจากการดำเนินงาน (COP) 618.7 ล้านบาท บอร์ดอนุมัติจ่ายปันผลเป็นเงินสดในอัตรา 0.205 บาท/หุ้น ขึ้น XD วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ฟากบิ๊กบอส “วรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์” มั่นใจปี 69 รายได้เติบโตเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน จากการ Repowering โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ SPN ที่แล้วเสร็จ อีกทั้ง สามารถรับรู้รายได้ LEO 2 ญี่ปุ่นได้เต็มปี เตรียมพร้อม COD โรงไฟฟ้าขยะชุมชนอีก 2 โครงการ หนุนผลงานเติบโตแข็งแกร่ง


นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SSP) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ ในปี 2568 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568) มีรายได้รวม 3263.9 ล้านบาท และมีกำไรหลักจากการดำเนินงาน (COP) 618.7 ล้านบาท


ขณะที่งวดไตรมาส 4/2568 มีรายได้รวม 895.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 126.2 ล้านบาท หรือ 16.4 % เทียบกับงวดไตรมาส 3/2568 และมีกำไรจากการดำเนินงาน (COP) อยู่ที่ 236.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 117.3 ล้านบาท หรือ 98.4% เทียบกับงวดไตรมาส 3/2568


โดยภาพรวมในปี 2568 ได้รับผลประกอบการเต็มปีจากการเข้าถือหุ้นวินชัย 100% ผนวกกับค่าความเร็วลมในประเทศไทยเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน เป็นผลให้ปริมาณการผลิตของโครงการร่มเกล้าวินฟาร์มเติบโตเพิ่มขึ้น โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น มีค่าความเข้มแสงที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต (Repowering) โครงการ SPN ที่ทยอยแล้วเสร็จตั้งแต่ไตรมาส 3 ได้เข้ามาช่วยลดผลกระทบต่อรายได้ adder ที่หมดลงไปของ SPN เป็นผลให้ปริมาณการผลิตไฟฟ้ารวมฟื้นตัวกลับมาดีขึ้น และคาดว่าจะเห็นปริมาณขายไฟของ SPN ที่เพิ่มขึ้นได้ตลอดทั้งปี 2569


ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติอนุมัติจ่ายปันผลสำหรับงวดผลการดำเนินงานในปี 2568 เป็นเงินสดในอัตรา 0.205 บาท/หุ้น เตรียมขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นในงาน AGM วันที่ 27 เมษายน 2569 และขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 กำหนดจ่ายเงินวันที่ 21 พฤษภาคม 2569


ปัจจุบัน SSP มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 367 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะชุมชนอีก จำนวน 2 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 19.8 เมกะวัตต์ คาดว่าจะสามารถขายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ภายในไตรมาส 4 ปี 2569 นอกจากนี้ สำหรับปี 2570 เตรียมพร้อม COD โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยอีก 3 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 108.6 เมกะวัตต์ รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังงานลม “บาโก” ในประเทศฟิลิปปินส์ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 150 เมกะวัตต์


SSP มองว่าภายในกรอบแผน 5 ปี จากกลยุทธ์การ COD โครงการใหม่ ด้วยการขยายพอร์ตการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ด้วยรูปแบบพลังงานที่หลากหลาย อาทิ โซลาร์ฟาร์ม วินฟาร์ม โรงไฟฟ้าขยะชุมชน ตลอดจนธุรกิจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของรายได้ มุ่งสู่เป้าหมายกำลังการผลิตติดตั้งในระยะ 5 ปีข้างหน้า ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องแตะระดับ 1000 เมกะวัตต์


“ในปี 2569 บริษัทฯ มีปัจจัยหนุนการเติบโตของรายได้ทั้งจากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต (Repowering) โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ SPN ในประเทศไทย ที่แล้วเสร็จและฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ จากการรับรู้รายได้ของโครงการโซลาร์ฟาร์ม LEO 2 ในประเทศญี่ปุ่นที่ได้เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าในช่วงไตรมาส 4/2568 ที่ผ่านมา นอกจากนั้นในไตรมาส 4/2569 การ COD โรงไฟฟ้าขยะชุมชนในประเทศไทยจำนวน 2 โครงการ ก็จะเข้ามาช่วยสนับสนุนรายได้จาการขายไฟฟ้ารวมในปี 2569 เติบโตเพิ่มขึ้นเช่นกัน” นายวรุตม์ กล่าวในที่สุด