คลัง - ธปท. และ IMF แถลงความคืบหน้าจัดการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026

   เมื่อ : 04 มี.ค. 2569

กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และกองทุนการเงิน ระหว่างประเทศ (IMF) ได้ร่วมกันชี้แจงความคืบหน้าการเตรียมการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026) ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์


ในการนี้ คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คุณวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และ คุณคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ พร้อมด้วยคณะผู้จัดงานของไทยและ IMF ได้หารือร่วมกันในประเด็นการเตรียมการด้านต่าง ๆ ที่ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีความพึงพอใจ ต่อความก้าวหน้าในการเตรียมงาน และชื่นชมความทันสมัยของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตลอดจนศักยภาพของกรุงเทพมหานครในฐานะศูนย์กลางการจัดประชุมนานาชาติชั้นนำของภูมิภาค ความร่วมมืออันดีระหว่าง IMF และหน่วยงานของไทยจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การประชุมประจำปี 2569 ประสบความสำเร็จ และสร้างผลลัพธ์ที่มีความหมาย ทั้งนี้ การประชุมประจำปี 2569 ถือเป็นครั้งที่สองที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าว ต่อจากปี 2534 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เช่นกัน


คุณเอกนิติ กล่าวว่า การที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพอีกครั้ง นับเป็นโอกาสสำคัญของประเทศ การจัดการประชุมฯ ได้วนกลับมาจัดที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเป็นสถานที่เดิมที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับการประชุมฯ เมื่อปี 2534 สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการอย่างต่อเนื่องของประเทศไทยตลอดระยะเวลากว่า 35 ปีที่ผ่านมา ตลอดจนความเชื่อมั่นที่ได้รับในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่สำคัญของโลก ทั้งนี้ประเทศไทยเป็นเพียงหนึ่งในสามประเทศที่ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพการประชุมที่เปรียบเสมือน “โอลิมปิกทางการเงินการคลัง” มากกว่าหนึ่งครั้ง แสดงถึงศักยภาพและความพร้อมในการจัดงานระดับโลก


หนึ่งในโอกาสสำคัญของไทยในฐานะเจ้าภาพ คือ การถ่ายทอดประสบการณ์และวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศ ภายใต้แนวคิด “Thailand’s New Horizons: Empowering People Building Resilience” แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการก้าวสู่ขอบฟ้าใหม่ของประเทศไทย โดยต่อยอดบทเรียนจากการพัฒนากว่า 35 ปี ที่ผ่านมา และเน้นย้ำความสำคัญของ “คน” ในฐานะที่เป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากปัญญาประดิษฐ์ ตลอดจนความจำเป็นในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นต่อความท้าทายรอบด้าน ตั้งแต่ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะมีผลอย่างมากต่ออนาคตของประเทศไทย แนวคิดการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวสามารถเป็นแบบอย่างให้กับประเทศอื่นในภูมิภาคเพื่อนำไปใช้ได้ในอนาคต


คุณวิทัย กล่าวว่า การประชุมฯ ครั้งนี้ จัดขึ้นในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความท้าทายหลายด้าน ซึ่งต้องอาศัยการมองภาพระยะยาว การใช้นวัตกรรมอย่างเหมาะสม และความร่วมมือของนานาประเทศ


“การประชุมฯ ครั้งนี้ จึงเป็นเวทีสำคัญที่ประเทศสมาชิกทั่วโลก จะได้แลกเปลี่ยนมุมมอง และร่วมกันหาแนวปฏิบัติและการทำนโยบายสู่การเติบโตที่ยั่งยืน เข้มแข็ง และทั่วถึง”


ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ขอบฟ้าใหม่” ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ส่งเสริมความเข้มแข็ง ทางการเงินผ่านการสร้างเศรษฐกิจการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัย และทั่วถึง (Safe and Inclusive Digital Finance (SIDF) for Financial Wellbeing) โดยเน้นว่าการประชุมประจำปีเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันวาระ SIDF ในระดับโลก ผ่านการจัดทำต้นแบบเชิงปฏิบัติ (blueprint) ที่ประเทศต่าง ๆ จะนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของตนเอง โดยต้นแบบ SIDF นี้ถือเป็นสิ่งที่ประเทศไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอไว้ให้แก่ประชาคมโลก แม้จะสิ้นสุดบทบาทการเป็นเจ้าภาพแล้ว นอกจากนี้ คุณวิทัย ยังยืนยันความพร้อมของประเทศไทยในการดูแลให้การประชุมเป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อสนับสนุนให้เกิดผลลัพธ์ตามเป้าหมายของ IMF


คุณคริสตาลินา กอร์เกียวา แสดงความชื่นชมต่อความร่วมมืออันเข้มแข็งของหน่วยงานภาครัฐ

และประชาชนชาวไทย “ขอขอบคุณกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และทีมงานทุกท่าน


สำหรับความเป็นมืออาชีพ ความทุ่มเท และการต้อนรับอย่างอบอุ่น จากสิ่งที่ได้เห็นในวันนี้ ดิฉันมีความมั่นใจและรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ประเทศไทยมีความพร้อมอย่างยิ่งในการเป็นเจ้าภาพการประชุมฯ สะท้อนถึงความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างทางการไทย IMF และทีมงานธนาคารโลก และดิฉันตั้งตารอที่จะกลับมา

ในเดือนตุลาคมนี้”


คุณกอร์เกียวา เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของเอเชียในระบบเศรษฐกิจโลกว่า “เอเชียยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก ด้วยพลังแห่งพลวัต ความยืดหยุ่น และการบูรณาการในระดับภูมิภาค และดิฉันไม่อาจนึกถึงสถานที่ใดจะเหมาะสมไปกว่าประเทศไทยสำหรับการจัดการประชุมประจำปี


ในปีนี้ การที่เราได้มาร่วมประชุมพบปะกันในเอเชียครั้งนี้จึงมีความหมายอย่างยิ่งในการต่อยอดความสำเร็จของภูมิภาค พร้อมทั้งทำงานร่วมกับประชาคมโลกเพื่อสร้างเศรษฐกิจแห่งอนาคตที่มีความเข้มแข็งและยืดหยุ่น ดิฉันรอต้อนรับผู้แทนจากทั่วโลกสู่ประเทศไทย เพื่อร่วมกันรับมือกับความท้าทายที่เรามีร่วมกัน ผ่านความร่วมมือและแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรมและปฏิบัติได้จริง”