Krungthai CIO ปรับมุมมองลงทุนระมัดระวังขึ้นในระยะสั้น ชี้วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซสะเทือนพลังงานโลก กดดันเงินเฟ้อ-ตลาดหุ้น
Krungthai CIO ปรับมุมมองการลงทุนระยะสั้น ลดน้ำหนักหุ้นจากให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่า Benchmark (Slightly Overweight) สู่ระดับคงน้ำหนักการลงทุนเท่ากับ Benchmark (Neutral) หลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน กระทบเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เตือนความเสี่ยงเงินเฟ้อเร่งตัวจากราคาพลังงานและอาหาร แนะนักลงทุนทยอยสะสมอย่างระมัดระวัง ใช้กลยุทธ์ Barbell และถือทองคำเพื่อลดความผันผวนของพอร์ต
ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 16 - 20 มีนาคม 2569 ว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางตลาดการเงินโลก หลังอิหร่านเปิดฉากโจมตีเรือพาณิชย์ใน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งพลังงานของโลก ส่งผลให้การลำเลียงน้ำมันผ่านเส้นทางดังกล่าวหยุดชะงักลงเกือบทั้งหมด
ขณะเดียวกัน ท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดี Donald Trump ที่ระบุว่า กองทัพยังไม่มีความพร้อมในการเข้าคุ้มกันเรือพาณิชย์ ยิ่งเพิ่มความกังวลต่อภาวะ Supply Disruption ในตลาดพลังงานโลก ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
Krungthai CIO ระบุว่า ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นไม่เพียงกระทบตลาดน้ำมัน แต่ยังทยอยส่งต่อไปยังสินค้าอื่นโภคภัณฑ์อื่นๆโดยเฉพาะราคาอาหารที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตาม ซึ่งอาจทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อกลับมาเร่งตัวอีกครั้ง และส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจทั่วโลก
นอกจากนี้ ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นยังเพิ่มแรงกดดันต่อภาคธุรกิจผ่านต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นและห่วงโซ่อุปทานที่ตึงตัว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนในระยะถัดไป
ในสัปดาห์นี้ ตลาดการเงินโลกต้องติดตามการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักหลายแห่ง โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งตลาดจะจับตาทั้งผลการประชุม การปรับประมาณการเศรษฐกิจ และ Dot Plot เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในระยะต่อไป นอกจากนี้ ยังมีการประชุมของ ธนาคารกลางญี่ปุ่น ธนาคารกลางอังกฤษ และธนาคารกลางยุโรป ซึ่งจะสะท้อนมุมมองของธนาคารกลางหลักต่อเงินเฟ้อและทิศทางเศรษฐกิจโลก และอาจส่งผลต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยโลก ค่าเงิน และกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายขณะเดียวกัน นักลงทุนยังต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีกและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนความแข็งแกร่งของการบริโภค รวมถึงอัตราเงินเฟ้อยูโรโซน (CPI) ขณะที่ในเอเชีย ตลาดจะจับตาราคาบ้านของจีนและเงินเฟ้อญี่ปุ่น นอกจากนี้ งานประชุมเทคโนโลยี Nvidia GTC 2026 อาจส่งสัญญาณต่อทิศทางอุตสาหกรรม AI และมีอิทธิพลต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก
ด้วยความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นในระยะสั้น Krungthai CIO จึงปรับมุมมองเชิงกลยุทธ์ต่อการลงทุนในหุ้นระยะสั้นจาก “Slightly Overweight” ลงสู่ระดับ “Neutral” เพื่อสะท้อนความเสี่ยงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น แม้ในระยะกลางตลาดหุ้นโลกยังมีปัจจัยสนับสนุนเชิงโครงสร้างอยู่ก็ตาม ส่วนกลยุทธ์ลงทุน แนะนำให้ คงสัดส่วนการลงทุนเดิมและทยอยสะสมอย่างระมัดระวัง โดยใช้หลัก Margin of Safety ผ่านการแบ่งไม้ลงทุนเมื่อราคาปรับตัวลงประมาณ 5–10% เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดในระยะสั้น
ขณะเดียวกัน แนะนำใช้กลยุทธ์ Barbell Strategy โดยผสมผสานการลงทุนระหว่าง หุ้นกลุ่มเติบโต เช่น เทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ กับ หุ้นกลุ่มเชิงรับ เช่น Healthcare เพื่อเพิ่มความทนทานของพอร์ต พร้อมถือ ทองคำประมาณ 5–10% ของพอร์ต เพื่อใช้เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ โดย Krungthai CIO ยังปรับลดคำแนะนำตลาดหุ้น สหรัฐฯ อินเดีย และเวียดนาม ลงสู่ระดับ “Neutral” เพื่อสะท้อนความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในระยะสั้น