กูรูหุ้นพร้อมใจเชียร์ “ซื้อ” NER เคาะราคาเป้าหมายปี 69 อยู่ที่ 6.20 บ./หุ้น

   เมื่อ : 26 มี.ค. 2569

โบรกเกอร์ประสานเสียงเชียร์ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ระบุ มีมุมมองเชิงบวกต่อภาพรวมอุตสาหกรรมยางพาราได้รับประโยชน์จาก Supply โลกที่มีจำกัด คาดการณ์กำไรปกติปีนี้เพิ่มขึ้น 20.8% แตะระดับ 1974 ล้านบาท ขณะที่เป้ายอดขาย 5 แสนตัน พร้อมแผนรุกตลาดอินเดีย เคาะราคาเป้าหมายปี 69 ที่ระดับ 6.20 บาทต่อหุ้น


บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เผยแพร่บทวิเคราะห์หุ้น บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER โดยแนะนำซื้อหุ้น ยังคงราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 6.20 บาท ทั้งนี้คงปรับประมาณการกำไรปกติปี 2569 ที่ 1974 ล้านบาท ( 20.8% YoY) เนื่องจากมีมุมมองเชิงบวกต่อภาพอุตสาหกรรมยางพาราที่จะได้ประโยชน์จาก Supply โลกที่มีจำกัด ขณะที่อุปสงค์ยังคงเท่าเดิมถึงเพิ่มขึ้น และช่วงปลายปีคาดว่า Supply ยางส่วนใหญ่จะถูกดึงไปเพื่อใช้จำหน่ายในเกรด EUDR ซึ่งมี GPM สูงกว่า ทำให้ในช่วงต้นปีผู้ผลิตยางล้อต้องเร่งสะสมสต็อกยางไว้ล่วงหน้า เพื่อให้เพียงพอสำหรับการผลิตยางล้อทั่วไป


บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด แนะนำซื้อ NER ด้วยปัจจัยบวกจากผลประกอบการปี 2569 ยังเติบโตได้จากเป้าการขายที่ผู้บริหารคาดไว้ที่ระดับ 500000 ตัน โดยมีตลาดที่คาดว่าจะขายเพิ่มได้อย่างประเทศอินเดีย ที่มีโอกาสเห็นการปรับโครงสร้างภาษีสินค้ากลุ่มยางผสม


ทั้งนี้ การเติบโตหลักจะเห็นในปี 2570 และยังคงแนะนำ ซื้อ เช่นเดิม ประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 5.84 บาท (6XPER’26E) NER จ่ายปันผลครึ่งหลังปี 2568 อีก 0.26 บาท/หุ้น (รวมทั้งปีจ่าย 0.31 บาท/หุ้น) XD 23 เมษายน และจ่าย 7 พฤษภาคม 2569


ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด แนะนำ “ซื้อ” ประเมินว่า มูลค่าที่เหมาะสมปีนี้อยู่ที่ราคา 5.50 บาท/หุ้น อิง PE เฉลี่ย (หลังช่วงโควิด-19) ที่ 5.60 เท่า โดยมีมุมมองปี 2569 Outlook ยังดี บริษัทตั้งเป้ายอดขาย 5 แสนตัน มองราคายางทั้งปีเป็นขาขึ้น คาดการณ์ราคาขายเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 65 บาท/กก. โดยกลุ่มลูกค้าหลักยังเป็นบริษัทสัญชาติจีน พร้อมมุ่งขยายตลาดไปในประเทศอินเดียมากขึ้น ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายจาก 5% เป็น 10% และคาดว่าจะเพิ่มจำนวนลูกค้าใหม่ 2-3 รายในปีนี้


ประเมินกำไรสุทธิปีนี้ 1815 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 3.2% เมื่อเทียบกำไรจากการดำเนินงานปกติปีก่อน โดยมาจากรายได้ปีนี้ 31850 ล้านบาท ( 5.3%) ที่ปริมาณขาย 490000 ตัน ราคาขายเฉลี่ย 65 บาท/กก. และระดับ GPM ที่ 9.8% สูงกว่าปีก่อนเล็กน้อยที่ระดับ 9.7% เนื่องมาจากแนวโน้มราคาขายเฉลี่ยปีนี้อาจสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน จากปัจจัยเอลนีโญที่จะกลับมาส่งผลกระทบในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ขณะที่ SG&A/Sales ค่อนข้างทรงตัวที่ระดับ 2.3% และค่าใช้จ่ายทางการเงินอีกราว 552 ล้านบาท


อนึ่ง ภาพรวมบริษัทฯ ในปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 30510.20 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1884.52 ล้านบาท สำหรับปี 2569 ตั้งเป้ารายได้เติบโตสู่ระดับ 32000 ล้านบาท จากปัจจัยสนับสนุนด้านราคายางที่เริ่มฟื้นตัวและปรับเข้าสู่ทิศทางขาขึ้นอย่างชัดเจน ประกอบกับปริมาณการจำหน่ายยางธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยและความสามารถในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้น