MMM ปิดดีลเซ็นต์สัญญา KUN เข้าบริหารการขายบ้านเดี่ยว 160 ลบ.
บริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MMM ผนึก บมจ.วิลล่า คุณาลัย “KUN” ลงนามบริหารการขายโครงการบ้านเดี่ยว มูลค่าโครงการ 160 ล้านบาท เล็งขยายพอร์ต ปักหมุดบ้านเดียวโซนบางบัวทอง
นายสุริยา วงศ์สิทธิชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่สายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MMM และ นางประวีรัตน์ เทวอักษร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิลล่า คุณาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ KUN ประกาศความร่วมมือ เชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจ ภายใต้การลงนามสัญญาบริหารการขายโครงการบ้านเดี่ยวของ วิลล่า คุณาลัย ในพื้นที่บางบัวทอง จำนวน 28 หลัง มูลค่ารวมกว่า 160 ล้านบาท ซึ่งความร่วมมือดังกล่าว นอกจากจะ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของ MMM ในฐานะผู้ให้บริการด้านการขายอสังหาริมทรัพย์มืออาชีพแล้ว ยังเป็นการขยายฐานลูกค้าและนายหน้าโซนบางบัวทองเพิ่มช่องทางการขาย และเพิ่มรายได้ของบริษัทฯ ในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ ภายหลังจากการลงนามแล้วเสร็จทาง MMM จะเริ่มวางกลยุทธ์เพื่อเปิดขายทันที และคาดว่าจะสามารถปิดโครงการขายได้ภายในไตรมาส 3/2569 นี้
ทั้งนี้ โดยส่วนตัวยอมรับว่า บมจ.วิลล่า คุณาลัย เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบชั้นนำ ในเขตปริมณฑล โดยเฉพาะทำเลบางบัวทอง โดยมุ่งเน้นพัฒนาโครงการบ้านที่มีคุณภาพดี ในราคาที่เอื้อมถึง (Affordable Price) ซึ่งทุกโครงการของ KUN ตอบโจทย์ที่อยู่อาศัยกลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มครอบครัวที่ต้องการขยายพื้นที่บ้านให้สอดรับกับสมาชิกที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นการผนึกกำลังในการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกันในครั้งนี้ เป็นการช่วยเสริมศักยภาพทางธุรกิจและการตลาดของทั้ง 2 บริษัท ให้แข็งแกร่งในพื้นที่บางบัวทองมากยิ่งขึ้น
“ที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะบ้านเดี่ยวโซนบางบัวทอง ยังคงมีอัตราการเติบโตสูงขึ้น เนื่องจากโซนดังกล่าวเป็น Real Demand (เรียล ดีมานด์) ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ซื้ออสังหาฯ ที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยจริง ประกอบกับโซนบางบัวทอง มีทำเลศักยภาพรองรับการขยายตัวของเมือง มีรถไฟฟ้าสายสีม่วงและเส้นทางคมนาคมสะดวก มีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ เช่น เซ็นทรัล เวสต์เกต และ IKEA บางใหญ่ ประกอบกับราคาที่ดินยังไม่สูงมากเมื่อเทียบกับใจกลางเมือง ส่งผลให้โซนดังกล่าวดึงดูดกลุ่มผู้ซื้อที่ต้องการขยายครอบครัวและทำงานในบริเวณใกล้เคียง บนทำเลที่ตอบโจทย์ผู้ซื้อบ้านเดี่ยว ในราคาที่เข้าถึงได้”
นายสุริยา กล่าวถึงทิศทางราคาบ้านเดี่ยวในปีนี้ว่า ราคายังคงทรงตัวหรือปรับเพิ่มเล็กน้อย จากต้นทุนที่ดินและค่าก่อสร้างที่สูงขึ้น โดยบริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์ด้านการตลาดและการขาย เพื่อรับมือ กับภาวะดอกเบี้ยและการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด ด้วยการเพิ่มทีมงานมาร์เก็ตติ้งและตัวแทนขาย เพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย
พร้อมทั้งกล่าวทิ้งท้ายว่า ในฐานะภาคเอกชน สิ่งที่อยากเห็นในขณะนี้คือ อยากให้ภาครัฐ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้กลับมาฟื้นตัวมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างประโยชน์ต่อกลุ่มผู้บริโภค และกลุ่มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอสังหาฯ มากขึ้น