”LYO” ไม่ได้มีดีแค่ลดปัญหาผมร่วง 88TH ประกาศลุย “Hair Color ปั้นแฟชั่นเปลี่ยนโลก”

   เมื่อ : 01 เม.ย. 2569

“จากการลดปัญหาผมร่วงสู่ตลาดแฟชั่น: เจาะกลยุทธ์ 88TH ปั้น LYO ปลุกชีพตลาด Hair Color"


หากเอ่ยถึงแบรนด์ LYO (ไลโอ) ภาพจำที่ฝังแน่นในใจผู้บริโภคคือ "ผู้เชี่ยวชาญด้าน การลดปัญหาผมร่วง" ซึ่งถือเป็น "ฮีโร่" ผู้กอบกู้ปัญหาผมขาดหลุดร่วง และ "ตัวจริงเรื่องปิดผมขาว" ที่สร้างปรากฏการณ์ยอดขายถล่มทลายจนติดลมบนไปทั่วประเทศ และเบื้องหลังความสำเร็จนี้ คงต้อง ยกให้ “นพรัตน์ มาลัยวงค์” ในฐานะผู้ก่อตั้ง บริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ 88TH ที่กำลังส่งสัญญาณต่อจิ๊กซอว์ครั้งสำคัญก้าวเข้าสู่ตลาด "Hair Color" หรือตลาดสีผมแฟชั่นอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งการรุกเข้าสู่ตลาด Hair Color ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเพิ่ม Line Product แต่คือการ ทรานส์ฟอร์มภาพลักษณ์จากแบรนด์ Functional (เน้นแก้ปัญหาเฉพาะจุด) สู่การเป็นแบรนด์ Lifestyle & Beauty อย่างเต็มตัว ตอบโจทย์แฟชั่น และความงามอย่างครบวงจร เพื่อขยายฐานรายได้สู่ New S-Curve และเป้าหมายการเติบโตในอนาคต


คำถามที่น่าสนใจคือ "ทำไมแบรนด์ไทย ภายใต้ 88TH จึงเข้าสู่ตลาดสีผมแฟชั่น" คำตอบคือ การนำ DNA ความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเส้นผม มาผสมผสานกับกระแส Fashion Trend ซึ่ง 88TH กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า "สีผมที่สวย" ต้องมาพร้อมกับ "สุขภาพผมที่แข็งแรง" ซึ่งเป็นช่องว่างทางการตลาด (Pain Point) ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่


การทำสีผม ไม่ใช่แค่การปกปิด แต่คือ ‘Identity’ คนรุ่นใหม่


ข้อมูลจาก Euromonitor ระบุว่า ในปี 2024 ตลาดผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมในประเทศไทยมีมูลค่า สูงถึง 6495.6 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตสูง 10.5% ภายในปีเดียว สะท้อนให้เห็นว่าการทำสีผมไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่ม Silver Age อายุ 50-60 ปีขึ้นไป ที่ต้องการ "ปกปิดผมขาว" อีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Lifestyle และการแสดงออกถึงตัวตนของคนรุ่นใหม่ เนื่องจากคนรุ่น Gen Z มองว่าสีผมคือส่วนหนึ่งของ Visual Identity ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ที่มองเห็นได้ ที่สำคัญคือตลาดนี้ยังไม่มีใครครองตลาดเบ็ดเสร็จ และเป็นโอกาสของแบรนด์ที่มี "จุดยืน" ชัดเจนที่จะเข้าไปมีส่วนแบ่งในตลาดนี้ จากตัวเลขการเติบโตสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดสีผมในประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเติบโตต่อเนื่องและกำลังขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่กลุ่ม Silver Age ที่ต้องการคุณภาพในการปกปิดผมขาว ไปจนถึงกลุ่ม Gen Z ที่มองว่าการทำสีผมคือการแสดงออกถึงตัวตน


ในปัจจุบันการแข่งขันไม่ได้วัดกันแค่ "เฉดสี" หรือ "สงครามราคา" แต่เป็นการยกระดับสู่การประชัน คุณภาพ (Quality) ความสะดวกในการใช้ (Ease of Use) และการสร้างแบรนด์ที่สามารถ Connect กับความรู้สึกของผู้บริโภค ตลาดสีผมไทยในปัจจุบันกำลังวิวัฒนาการไปสู่จุดที่เรียกว่า "High-Performance Lifestyle" ซึ่งตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพการใช้งานที่ง่าย และมิติด้านแฟชั่นที่ทันสมัย ดังนั้น จึงเป็นโอกาสของแบรนด์ที่สามารถปรับตัวและพัฒนาโปรดักส์ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค


ส่ง 3 เฉดสีแฟชั่น “เปลี่ยนลุค” คนรุ่นใหม่


“นพรัตน์ มาลัยวงค์” เปิดเผยว่า กำเนิดของ LYO MY COLOR SHAMPOO ไม่ใช่แค่ การออกสินค้าใหม่ แต่คือ Strategic Product ที่ต่อยอดฐานลูกค้าเดิม สยายปีกเข้าสู่กลุ่มวัยรุ่น และคนรุ่นใหม่ที่มองว่า "สีผมคือแฟชั่น" 88TH ตอกย้ำจุดยืนในการสร้างแบรนด์ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานของ "คุณภาพ" และ"ความเข้าใจผู้บริโภค" ภายใต้การนำจุดแข็งของสมุนไพรและธรรมชาติมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเองยุคใหม่ คือสูตรลับที่ใช้พัฒนา LYO มาโดยตลอด และ เป็นกุญแจสำคัญที่จะนำพาแบรนด์ไทยก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ สู่การเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ จากแนวคิดสู่การสร้างสรรค์ ล่าสุด LYO MY COLOR SHAMPOO ได้เปิดตัว 3 เฉดสีใหม่ ที่ไม่ได้ มาเพื่อเปลี่ยนสีผม แต่มาเพื่อ “เปลี่ยนลุค” และ สะท้อนตัวตนของคนยุคใหม่


Milk Tea: เฉดสีที่มอบความละมุนละไม ให้ลุคแฟชั่นที่เข้าถึงง่าย แฝงด้วยความเรียบหรู


Smoky Ash: ให้ลุคเท่ ทันสมัย เพิ่มเลเยอร์ความเป็นแฟชั่นนิสต้า


Baby Pink: ปลุกความสดใส สนุกสนาน โดดเด่นอย่างมีสไตล์


“พลัง ‘นุนิว’ เขย่าบัลลังก์ Hair Fashion


การที่ 88TH งัดกลยุทธ์คว้า “นุนิว-ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์” นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ “LYO MY COLOR SHAMPOO” ซึ่งถือเป็นหมากตัวสำคัญในการขับเคลื่อนแบรนด์ให้ก้าวข้ามจาก "ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม" (Hair Care) ไปสู่โลกของ "แฟชั่นเส้นผม" (Hair Fashion) อย่างชัดเจน ด้วยภาพลักษณ์ ของ “นุนิว” สะท้อนถึงความทันสมัย มีสไตล์ และมีความเป็นตัวเอง สอดคล้องกับ Brand Positioning ของ LYO MY COLOR SHAMPOO ได้อย่างลงตัว ทำให้เป็นการเชื่อมโยงระหว่างแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ได้อย่างชัดเจน 88TH ไม่ได้หยุดอยู่ตลาดในประเทศ แต่สยายปีกสู่ตลาดจีน และฮ่องกง ตามแผนโรดแมป ที่มีการลงนาม MOU ที่ปูทางไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตของกลุ่ม Personal Care ที่สูง ดังนั้นการบุกตลาดต่างประเทศจึงไม่ใช่แค่การขายสินค้า แต่เป็นการยกระดับศักยภาพแบรนด์ไทยให้ขึ้นแท่นเป็นผู้เล่นสำคัญบนเวทีโลก


“การตัดสินใจกระโดดเข้าสู่ตลาดสีผมของ 88TH ไม่ใช่เพียงแค่การเดินตามกระแส แต่คือ การต่อจิ๊กซอว์สร้าง “โอกาส” จากตลาดเดิมสู่ตลาดใหม่ ที่สีผมกลายเป็น Identity ของคนรุ่นใหม่ และ “ความพร้อม” จากรากฐานที่แข็งแกร่งของแบรนด์ LYO ที่ครองใจผู้บริโภคในกลุ่ม Hair Care ทำให้กลยุทธ์การขับเคลื่อนครั้งนี้จึงเป็น Strategic Move ที่สมบูรณ์แบบ ในการทรานส์ฟอร์มจาก "แบรนด์ดูแลผม" สู่ผู้นำเทรนด์ "Hair Fashion" ที่ตอบโจทย์คนทุกช่วงวัยอย่างมีนัยสำคัญ” นพรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย