“GCAP GOLD” จับสัญญาณ 3 ปัจจัย ชี้ชะตาทองคำ

   เมื่อ : 14 พ.ค. 2569

บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) แนะจับตา 3 ปัจจัย “เจรจาสงคราม-เงินเฟ้อ CPI และการประชุม 2 ขั้วมหาอำนาจ” ชี้ชะตาทองคำสัปดาห์นี้ ส่อแววผันผวนท่ามกลาง ความกดดันวิกฤตเศรษฐกิจและเสถียรภาพการค้าโลก แนะกลยุทธ์ “ซื้อเล่นสั้น” แนวรับ $4650


นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำเตรียมรับมือการเข้าสู่สัปดาห์แห่งความผันผวน โดยตลาดทั่วโลกต่างจับตา 3 ปัจจัยสำคัญ ที่มีผลต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) และราคาพลังงาน รวมถึงจะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาทองคำในระยะถัดไป ได้แก่


สัญญาณจากการเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน


ความตึงเครียดในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่านที่กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพของอิหร่าน พร้อมเตือนว่าข้อตกลงหยุดยิงอยู่ในภาวะวิกฤต และอาจพิจารณามาตรการทางทหารเพิ่มเติม ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นเหนือ 104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การพุ่งขึ้นของราคาพลังงานเริ่มกลายเป็นแรงกดดันเงินเฟ้อ ซึ่งอาจทำให้เฟดจำเป็นต้องคงดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานานกว่าที่ตลาดคาดไว้ และมีแนวโน้มเข้ามาจำกัดอัพไซด์ของราคาทองคำในระยะสั้น ทำให้ตลาดทองคำอาจเข้าสู่ภาวะผันผวนและแกว่งตัวในกรอบมากขึ้น


แรงกดดันจากตัวเลขเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ


ตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนเมษายน โดยตลาดคาดว่า Headline CPI เมื่อเทียบรายปี จะปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.7% สูงกว่าครั้งก่อนที่ 3.3% สะท้อนแรงกดดันจากราคาพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูง หากตัวเลขออกมาตามคาดหรือสูงกว่านั้น ทำให้จะเพิ่มแรงกัดดันให้เฟดอาจต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงยาวนานขึ้น ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าและ Bond Yield ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อทองคำในระยะสั้น


การประชุมสุดยอด 2 ขั้วมหาอำนาจ


การพบกันระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างวันที่ 13–15 พ.ค. 69 ณ กรุงปักกิ่ง ตลาดจับตาท่าทีของทั้งสองฝ่ายต่อประเด็นสงครามอิหร่าน สงครามการค้ามาตรการภาษี เทคโนโลยี และความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ โดยตลาดให้น้ำหนักการประชุมจะออกมาในโทนการเจรจาเชิงประนีประนอมมากขึ้น เพื่อลดแรงกดดันต่อเศรษฐกิจและรักษาเสถียรภาพการค้าโลก ซึ่งหากผลการประชุมส่งสัญญาณเชิงบวก ทำให้ความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยลดลงในระยะสั้น


กลยุทธ์การลงทุน


ฝ่ายวิเคราะห์ระบุว่า ราคาทองคำกำลังพยายามรักษาฐานเหนือระดับ $4700 หากยังสามารถยืนเหนือโซนดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่อง มีโอกาสเห็นแรงรีบาวด์ขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ $4780 และ $4825 ตามลำดับ (คิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 73000–73500 บาท) นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ อาจรอจังหวะย่อแล้วซื้อ ตราบใดที่ราคายังไม่หลุด $4650 (ราคาทองคำไทยประมาณ 71000 บาท) อย่างไรก็ตาม หากราคาหลุดแนวรับสำคัญที่ $4650 ควรชะลอการเข้าซื้อระยะสั้นออกไปก่อน เนื่องจากมีความเสี่ยงที่แรงขายจะเร่งตัวและกดราคาลงไปทดสอบโซนถัดไปบริเวณ $4575 (ราคาทองคำไทยประมาณ 70000 บาท)


ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ แนะนำ “รอแบ่งไม้เข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวใกล้แนวรับสำคัญ” โดยเน้นรอจังหวะสะสมบริเวณ $4650 / $4575 มากกว่าการไล่ราคาบริเวณแนวต้าน พร้อมติดตามปัจจัยข่าวสำคัญทั้ง 3 ประเด็นตลอดสัปดาห์อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับพอร์ตให้สอดคล้องกับความผันผวนของตลาดที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่อง