SCB WEALTH ผสานพลัง SCBAM และ BlackRock เปิดตัวกองทุน SCBGOFIX(A) IPO วันที่16 – 22 มิ.ย.นี้
SCB WEALTH ร่วมกับ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM) และ BlackRock พันธมิตรผู้จัดการกองทุนระดับโลก เปิดตัวกองทุน SCBGOFIX(A) (ความเสี่ยง 4) เพื่อขยายโอกาสการลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลกแบบเชิงรุก โดยใช้การวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาคเป็นแกนหลักในการกำหนดทิศทางการลงทุน ตอบรับภาวะอัตราดอกเบี้ยที่มีความผันผวนมากขึ้น เตรียมเสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 16 - 22 มิ.ย. 2569 พร้อมสิทธิพิเศษ ยกเว้นค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee)*
นายศรชัย สุเนต์ตา CFA Deputy Head of High Net Worth and Affluent Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในสภาวะที่ตลาดการเงินเผชิญความไม่แน่นอนในหลายมิติ นักลงทุนไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงการรักษาเงินลงทุน แต่ยังมองหาทางเลือกการลงทุนที่มีความคล่องตัวในการบริหารพอร์ตควบคู่กันไป SCB WEALTH จึงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกโอกาสการลงทุนที่สอดรับกับบริบทตลาดที่เปลี่ยนแปลง โดยนำข้อมูลเชิงลึกจากลูกค้ามาผสานกับความเชี่ยวชาญของทีมการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM) ซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจบริหารสินทรัพย์ของประเทศไทย และพันธมิตรระดับโลกอย่าง BlackRock เพื่อเฟ้นหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับการลงทุนในแต่ละช่วงเวลา จึงได้นำเสนอกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ตราสารหนี้โกลบอลออพพอร์ทูนิตี้ หรือ SCBGOFIX(A) ให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลงทุนตราสารหนี้ทั่วโลก ที่สามารถปรับโครงสร้างพอร์ตได้ตามสภาวะตลาด และช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการจัดพอร์ตการลงทุนในระยะยาว
กองทุน SCBGOFIX(A) เสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 16 - 22 มิ.ย. 2569 เป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ ระดับความเสี่ยง 4 เหมาะสำหรับนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้ในระดับปานกลางค่อนข้างต่ำขึ้นไป ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1000 บาท โดยเสนอขายผ่านทางธนาคารไทยพาณิชย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ (InnovestX) และ บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) พร้อมสิทธิพิเศษ ยกเว้นค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) ถึงวันที่ 31 ก.ค. 69 เท่านั้น
จุดเด่นสำคัญของกองทุน คือ การบริหารเชิงรุก (Active Management) โดย BlackRock ซึ่งเป็นผู้จัดการกองทุนชั้นนำระดับโลกที่มีประสบการณ์ในการลงทุนตราสารหนี้ในหลากหลายภูมิภาค กองทุนสามารถกระจายการลงทุนไปยังตราสารหนี้ทั่วโลก ทั้งตราสารหนี้ภาครัฐ ภาคเอกชน และสินทรัพย์สภาพคล่อง พร้อมทั้งมีความยืดหยุ่นในการใช้เครื่องมือการลงทุนต่าง ๆ ปรับสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา
นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM) กล่าวว่า กองทุน SCBGOFIX(A) คืออีกหนึ่งในผลลัพธ์ของความร่วมมือระหว่าง SCBAM BlackRock และ SCB WEALTH ที่ผสานความเข้าใจนักลงทุนไทยเข้ากับความเชี่ยวชาญการลงทุนระดับโลก เพื่อสร้างกองทุนตราสารหนี้ยุคใหม่ที่พร้อมรับมือทุกสภาวะตลาด โดยกองทุนนี้จัดตั้งเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) มีจุดเด่นด้านการบริหารพอร์ตอย่างยืดหยุ่น ผ่านการคัดเลือกกองทุนรวมต่างประเทศ ซึ่งครอบคลุมตราสารหนี้หลากหลายประเภททั่วโลก พร้อมความสามารถในการปรับสัดส่วนการลงทุนได้อย่างคล่องตัวตามภาวะตลาดและมุมมองการลงทุน เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนอย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา ด้านกลยุทธ์บริหารเชิงรุก กองทุนมุ่งใช้เครื่องมือที่มีสภาพคล่องสูง ควบคู่กับการใช้ Futures ช่วยบริหารดูเรชั่นของพอร์ต อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับทุกวัฏจักรดอกเบี้ยอย่างทันท่วงที อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการกระจายการลงทุนในตราสารหนี้หลากหลายกลุ่มทั่วโลก (Multi-sector) เพื่อลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัว โดยจะลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพสูงระดับ Investment Grade และมุ่งสร้างสมดุลระหว่างรายได้จากดอกเบี้ยและโอกาสสร้างผลตอบแทนจากราคาหลักทรัพย์ ภายใต้การบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบเพื่อลดความผันผวนและรักษาเสถียรภาพของพอร์ตในระยะยาว โดยพอร์ตการลงทุนจะบริหารโดย BlackRock ผู้นำการลงทุนระดับโลก ภายใต้สัญญาแต่งตั้งมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน
SCBAM มีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ BlackRock พันธมิตรผู้นำการลงทุนระดับโลก ที่เข้ามาช่วยเสริมศักยภาพในการบริหารจัดการกองทุน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนได้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่สภาวะตลาดการเงินโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนในหลายมิติ การขยายโอกาสการลงทุนสู่ต่างประเทศร่วมกับผู้เชี่ยวชาญที่มีเครือข่ายและความสามารถในระดับสากลอย่าง BlackRock จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการสร้างผลตอบแทนและบริหารความเสี่ยงให้กับนักลงทุนไทย
ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยความไม่แน่นอนที่เพิ่มสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทิศทางอัตราดอกเบี้ยโลกที่มีแนวโน้มผันผวนมากขึ้น จากแรงกดดันเงินเฟ้อซึ่งเป็นผลพวงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และจากปัญหาการขาดดุลการคลังของหลายประเทศที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งทำให้การลงทุนในตราสารหนี้จำเป็นต้องอาศัยการบริหารเชิงรุกมากขึ้น โดยเฉพาะการปรับอายุเฉลี่ยตราสาร (Duration) ให้เหมาะสมในแต่ละช่วงของวัฏจักรดอกเบี้ย การคัดเลือกตราสารจากหลากหลายภาคส่วนและภูมิภาค รวมทั้งการคัดเลือกคุณภาพตราสาร มีบทบาทสำคัญในการช่วยควบคุมความเสี่ยง และสร้างโอกาสในการรับผลตอบแทน ไม่ว่าจะเป็นช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น ขาลง หรือเคลื่อนไหวในกรอบผันผวน