ถอดรหัส MPJ ผ่าน DNA ความยั่งยืน สู่ทำเนียบ ESG 100 การันตีความสำเร็จ 2 ปีซ้อน

   เมื่อ : 24 มิ.ย. 2569

นายจีระศักดิ์ มานะตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ MPJ โลจิสติกส์แบบครบวงจรและบริหารลานตู้คอนเทนเนอร์ เปิดเผยว่า เมื่อโลกการลงทุนยุคใหม่ไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขผลการดำเนินงานเพียงอย่างเดียว แต่ ESG (Environmental Social and Governance) ได้กลายเป็นอีกมาตรฐานวัดสำคัญที่นักลงทุนใช้ตัดสินใจอนาคตขององค์กร เนื่องจากทุกความสำเร็จไม่ใช่เพียงแค่เรื่องบังเอิญ และไม่ใช่การทำตามกระแสเพียงชั่วคราว แต่คือการขบวนการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสอดรับสู่ความยั่งยืน ที่ถ่ายทอดผ่าน DNA ขององค์กร ซึ่งสะท้อน ถึงความสำเร็จ ภายใต้การการันตีสู่ทำเนียบ ESG 100 ต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน ซึ่งตอกย้ำว่า ESG คือ DNA ขององค์กรที่เข้ามามีบทบาทการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรอย่างแท้จริง


“MPJ ได้นำหลัก ESG มาเชื่อมโยงในการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่ระดับนโยบายไปจนถึงระดับปฏิบัติการ โดยมีการกำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลอย่างชัดเจน พร้อมจัดทำรายงานก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐานสากล ISO 14064-1 และมีผู้ทวนสอบภายนอก (Bureau Veritas) รับรองเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน”


Green Logistics ทางเลือกใหม่แห่งอนาคต


การขับเคลื่อนองค์กรด้วย Sustainability เข้ามาช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทางธุรกิจ เนื่องจากปัจจุบันคู่ค้าและลูกค้าให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และพร้อมจ่ายในราคาที่สูงกว่าสำหรับบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้บริษัทฯ ได้จัดทำ Carbon Footprint ให้ลูกค้าตรวจสอบ และได้กลายเป็นอาวุธที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้โดยตรง ทำให้สามารถรักษาฐานลูกค้าเดิม และขยายสู่กลุ่มลูกค้าที่มีนโยบาย Net Zero สำหรับความคืบหน้าโครงการรถร่วมพลังงานสะอาด (Clean Energy Sub-contract EV) จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 120 คันนั้น ปัจจุบัน MPJ มีรถร่วมพลังงานสะอาดในระบบแล้ว 50 คัน และอยู่ในช่วงการศึกษาและทดสอบประสิทธิภาพการใช้งาน ทั้งในเรื่องของอัตราการสิ้นเปลืองพลังงาน ระยะเวลาในการชาร์จไฟ ค่าซ่อมบำรุง และต้นทุนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับลดการพึ่งพาน้ำมันในระยะยาว


ในส่วนการออกแบบลานตู้คอนเทนเนอร์แหลมฉบัง เฟส 2 และคลังสินค้าใหม่ๆ บริษัทฯ มีแนวคิดประหยัดพลังงาน โดยออกแบบให้แสงสว่างธรรมชาติ ส่องผ่านและมีระบบระบายอากาศสอดคล้องกับทิศทางลม ซึ่งช่วยให้ผู้เช่าลดการใช้ไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ


ยกระดับคุณภาพพนักงาน สู่ Zero Accident


พนักงานขับรถคือหัวใจสำคัญของการบริการด้านโลจิติกสต์ บริษัทฯ จึงมีมาตรการยกระดับคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะความปลอดภัย ทักษะของพนักงาน โดยเริ่มตั้งแต่การคัดเลือกผู้มีประสบการณ์ จัดอบรมภาคทฤษฎีและปฏิบัติเรื่องการขับขี่ปลอดภัย พร้อมบันทึกรายงานการใช้พลังงานรายเดือน และกำหนดชั่วโมงทำงานให้สอดคล้องกับกฎหมาย รวมถึงจัดหาอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) และมีระบบรับเรื่องร้องเรียนจากทั้งพนักงาน แรงงานสัญญาจ้าง และรถร่วม ส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับใบประกาศเกียรติคุณ GLP (Good Labour Practices) จากสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน


“ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน บริษัทฯ นำแนวคิด ESG มาปฏิบัติเพื่อช่วยลดต้นทุน โดยนำระบบ ERP System มาเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างฝ่ายงาน เพื่อลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์ข้อมูลเชื้อเพลิง วางแผนเส้นทาง ตารางขนส่ง และการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานผ่านการเปรียบเทียบราคาเชื้อเพลิงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดควบคู่ไปกับการดูแลพนักงานที่ช่วยลดความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงานและอุบัติเหตุ


ปักหมุด 4 ความยั่งยืน


MPJ ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน Green Logistics อย่างเต็มตัว พร้อมวาง 4 Roadmap ระยะยาว อาทิ 1.ตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก 10% ต่อปี ตามมาตรฐาน ISO 14064-1 ที่มีเกณฑ์ตั้งเป้าหมาย และชี้วัดผลอย่างเข้มงวด 2.รุกพลังงานทดแทน ด้วยการเดินหน้าเพิ่มการติดตั้ง Solar Cell ในพื้นที่ปฏิบัติงานและอาคารสำนักงานเพื่อลดการใช้ไฟฟ้าหลัก 3.นวัตกรรมสะอาด ลงทุนในโครงการรถหัวลากไฟฟ้า(EV) เพื่อทดแทนรถหัวลากใช้น้ำมันในอนาคต และ4.การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว(Green Procurement) ดำเนินการคัดเลือกคู่ค้าอย่างเป็นธรรม โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ โดยพิจารณาจากคุณภาพ ต้นทุน ความสามารถในการส่งมอบ และประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ควบคู่กับการคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG)


“การผสมผสานระหว่างนโยบายการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ และผลงานที่คว้า ESG 100 ถึง 2 ปีซ้อนเป็นการันตีให้นักลงทุนเห็นถึงความมุ่งมั่น และสร้างความมั่นใจให้เห็นว่า MPJ เป็นหุ้นอนาคตไกลที่ดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างแท้จริง” CEO MPJ กล่าวทิ้งท้าย