TWPC ปิดครึ่งปีแรกปี 69 กวาดกำไร 139 ลบ.

   เมื่อ : 11 ส.ค. 2569

นายโฮ เรน ฮวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) (TWPC) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 4762 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัท 139 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความสามารถในการรักษาการเติบโตของรายได้และระดับผลกำไรท่ามกลางความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะในไตรมาส 2


สำหรับไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 2343 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงินอย่างมีวินัย ซึ่งมีส่วนช่วยลดทอนผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบและสนับสนุนให้ผลกำไรในช่วงครึ่งปีแรกยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน


“ในช่วงครึ่งปีแรก ความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานของบริษัทฯ เผชิญบททดสอบจากราคาหัวมันสำปะหลังที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อันเป็นผลต่อเนื่องจากภาวะภัยแล้งและการแพร่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง ประกอบกับผลกระทบด้านต้นทุนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน อย่างไรก็ตาม เราได้คาดการณ์ความท้าทายเหล่านี้ไว้ล่วงหน้า และแผนบริหารความเสี่ยงของเราช่วยควบคุมผลกระทบโดยรวมให้อยู่ในระดับที่จำกัดและสามารถบริหารจัดการได้ ผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงความแข็งแกร่งในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ของเรา บริษัทฯ ยังคงสร้างการเติบโตของรายได้ พร้อมรักษาวินัยอย่างเข้มแข็งในการบริหารค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงิน ขณะที่ธุรกิจอาหารและธุรกิจ Specialty Ingredients (HVA) ยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต พร้อมยกระดับคุณภาพและเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตธุรกิจโดยรวมของกลุ่มบริษัท” นายโฮ เรน ฮวา กล่าว


ธุรกิจอาหารยังคงเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญ โดยมีสัดส่วนกำไรขั้นต้นต่อกำไรขั้นต้นรวมของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 46.8% ในไตรมาส 2/2568 เป็น 60.0% ในไตรมาส 2/2569 เมื่อรวมกับธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม หรือ HVA ทั้งสองธุรกิจมีสัดส่วนกำไรขั้นต้นรวมกัน 79.5% ในไตรมาส 2/2569 และ 71.5% ในช่วงครึ่งปีแรก สะท้อนความคืบหน้าของกลยุทธ์ปรับสมดุลพอร์ตไปสู่ธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่มและมีความผันผวนน้อยลง


บริษัทฯเดินหน้าบริหารความเสี่ยงด้านอุปทานและต้นทุนเชิงรุก ผ่านการกระจายแหล่งจัดหาหัวมันสำปะหลังทั้งในหลายประเทศ ควบคู่กับการบริหารสินค้าคงคลังอย่างเหมาะสม และการจัดหาเชิงกลยุทธ์ครอบคลุมทั้งวัตถุดิบหลักและบรรจุภัณฑ์ มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเสริมความมั่นคงของอุปทาน และลดความเสี่ยงจากความผันผวนด้านราคาและการจัดหาในระยะข้างหน้า ในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทฯ เปิดตัวสินค้าใหม่ 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ เส้นแก้วนุ่มแบรนด์กิเลนคู่ เส้นหมี่ก๋วยเตี๋ยวเรือพริกคั่ว และขนมหนวดมังกรแบรนด์มังกรคู่ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดและผู้บริโภค โดยเฉพาะเส้นแก้วนุ่มแบรนด์กิเลนคู่ที่มียอดขายต่อเดือนเติบโตมากกว่า 2.6 เท่า หลังเปิดตัวเพียง 4 เดือน ทั้งนี้ TWPC มีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่รวม 8–9 SKUs ในปี 2569 เพื่อขยายฐานลูกค้า เพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ และเพิ่มสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่ม


ภายใต้กลยุทธ์ China 2.0 บริษัทฯ ได้เปิดโรงงานผลิตแห่งใหม่ในสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2569 ตามแผนที่กำหนด และได้เริ่มการผลิตเชิงพาณิชย์แล้ว การขยายฐานการผลิตดังกล่าวช่วยรองรับความต้องการผลิตภัณฑ์ Specialty Ingredients ที่เพิ่มขึ้น ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และเสริมศักยภาพของ TWPC ในการให้บริการลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมอาหารในตลาดจีนได้อย่างรวดเร็วและใกล้ชิดยิ่งขึ้น บริษัทฯ คาดว่าโรงงานแห่งใหม่นี้จะช่วยขับเคลื่อนรายได้ของธุรกิจในประเทศจีนให้เติบโตในระดับสองหลัก เมื่อกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงเชื่อมโยงการดำเนินงานด้านความยั่งยืนเข้ากับการสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการใช้พลังงานหมุนเวียนเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนพลังงาน การบริหารความเสี่ยง ด้านสภาพภูมิอากาศและโรคพืชเพื่อเสริมความมั่นคงของวัตถุดิบตลอดจนการส่งเสริมเกษตรกรรมตลอดจนการส่ง เสริมเกษตรกรรมยั่งยืนและระบบตรวจสอบย้อนกลับเพื่อรองรับข้อกำหนดด้านกฎระเบียบและรักษาความสามารถในการเข้าถึงตลาดในระยะยาว


อีกทั้ง บริษัทฯ ยังเดินหน้าผลักดันวาระด้านความยั่งยืนให้เกิดเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยการใช้พลังงานหมุนเวียนช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนพลังงาน ขณะที่การบริหารความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและโรคพืชเชิงรุกช่วยเสริมความมั่นคงด้านวัตถุดิบ พร้อมกันนี้ โครงการเกษตรกรรมยั่งยืนและระบบตรวจสอบย้อนกลับยังช่วยให้บริษัทฯ มีความพร้อมรองรับข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงไป และรักษาความสามารถในการเข้าถึงตลาดสำคัญในระยะยาว