PROSPECT REIT เคาะจ่ายปันผลรอบเดือน มิ.ย. 0.0705 บาทต่อหน่วย
บริษัท พรอสเพค รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ผู้จัดการกองทรัสต์ ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ พรอสเพค โลจิสติกส์และอินดัสเทรียล หรือ “PROSPECT REIT” ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 ภาพรวมยังคงแข็งแกร่ง ทำรายได้รวมทั้งสิ้น 292.36 ล้านบาท และมีกำไรจากการดำเนินงาน 167.42 ล้านบาท สามารถรักษาอัตราการเช่าโดดเด่นสูงถึง 97% จากทรัพย์สินภายใต้การจัดการ 5 โครงการ ทำเลศักยภาพโซน ถ.บางนา-ตราด สมุทรปราการ พื้นที่ให้เช่ารวมกว่า 564758 ตารางเมตร สะท้อนความต้องการพื้นที่คลังสินค้าและโรงงานให้เช่าในระดับสูง โดยเฉพาะพื้นที่ Free Zone เขตปลอดอากร ที่ผู้ประกอบการต่างชาติมีแนวโน้มเช่าอาคารระยะยาว ทางด้านผู้เช่ารายใหม่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรม Electronic Components สอดคล้องกับทิศทางการลงทุนของโลกจากการขยายตัวของเทคโนโลยี AI และดิจิทัล ขณะที่ PROSPECT REIT ยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการกองทรัสต์อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคง
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนรายเดือน สำหรับผลการดำเนินงานรอบเดือน มิถุนายน 2569 ในอัตรา 0.0705 บาทต่อหน่วย กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 และจะจ่ายประโยชน์ตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยในวันที่ 8 กันยายน 2569 ส่งผลให้ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 PROSPECT REIT จ่ายประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยแล้วรวมทั้งสิ้น 0.4295 บาทต่อหน่วย สะท้อนความสามารถในการบริหารจัดการเพื่อรักษาสภาพคล่องและมอบผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยได้อย่างสม่ำเสมอ
นางสาวอรอนงค์ ชัยธง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรอสเพค รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 รวมถึงภาพรวมในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ยังเติบโตได้ดีต่อเนื่อง สามารถรักษาอัตราการเช่าได้ในระดับที่สูงกว่า 90% กระจายความเสี่ยงจากผู้เช่าในหลากหลายอุตสาหกรรมและหลายสัญชาติ ตอกย้ำคุณภาพของทรัพย์สินเดิมและทรัพย์สินใหม่ที่เข้าลงทุน ตลอดจนกลยุทธ์การบริหารจัดการของผู้จัดการกองทรัสต์ที่พิจารณาปัจจัยการลงทุนอย่างรอบด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกโครงการภายใต้กองทรัสต์จะสามารถสร้างรายได้ที่ดีและมีเสถียรภาพ นำไปสู่ผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ ประกอบกับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าเงินลงทุนรวม 1368493 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 80% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการเช่าพื้นที่คลังสินค้าและโรงงานในประเทศไทยให้เติบโตในระยะยาว”
ขณะเดียวกัน การปรับรูปแบบการจ่ายประโยชน์ตอบแทนจากรายไตรมาสเป็นรายเดือน PROSPECT REIT ถือเป็น Industrial REIT ที่ลงทุนในคลังสินค้าและโรงงานให้เช่ากองแรกที่มีการปรับใช้นโยบายดังกล่าว โดยเริ่มตั้งแต่ผลการดำเนินงานรอบเดือน เมษายน ที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อความมั่นคงของรายได้ และตอกย้ำศักยภาพการบริหารจัดการของผู้จัดการกองทรัสต์ และผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ แม้ต้องบริหารจัดการพื้นที่เช่าขนาดใหญ่กว่า 564758 ตารางเมตร และดูแลผู้เช่าหลากหลายอุตสาหกรรมมากกว่า 290 ราย แต่ด้วยกลยุทธ์การบริหารเชิงรุก ทำให้กองทรัสต์สามารถรักษาอัตราการเช่า (Occupancy Rate) ไว้ในระดับสูงอย่างแข็งแกร่ง พร้อมทั้งบริหารจัดการการเก็บค่าเช่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ PROSPECT REIT มีกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ สามารถจ่ายประโยชน์ตอบแทนแบบรายเดือน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและความมั่นคงให้แก่ผู้ถือหน่วยได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวน
สำหรับแนวโน้มภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมในช่วงครึ่งปีหลัง PROSPECT REIT มองว่ายังมีปัจจัยสนับสนุนจากการย้ายฐานการผลิต และการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนความต้องการพื้นที่คลังสินค้าและโรงงานให้เช่า ในส่วนของผู้เช่าโรงงานและคลังสินค้ายังไม่พบว่าได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งในด้านการขนส่งและการประกอบกิจการ
“ด้านความคืบหน้าการเพิ่มทุนครั้งที่ 3 เพื่อเข้าลงทุนเพิ่มเติมในโครงการบางกอกฟรีเทรดโซน 4 (BFTZ 4) บางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา พื้นที่ให้เช่า 187949 ตารางเมตร อยู่ระหว่างการเตรียมเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ล่าสุดได้ขึ้นเครื่องหมาย XR (Exclude Right) เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อกำหนดสิทธิของผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมในการจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน สำหรับการลงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มทรัพย์สินคุณภาพเข้าสู่พอร์ต และขยายมูลค่าสินทรัพย์รวมจากปัจจุบัน 10064 ล้านบาท เติบโตสู่ 15000 ล้านบาท พร้อมเพิ่มอายุสิทธิการเช่าเฉลี่ย (Leasehold) จาก 15 ปี เป็นประมาณ 28 ปี ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโตและสนับสนุนการจ่ายประโยชน์ตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยได้อย่างสม่ำเสมอ” นางสาวอรอนงค์ กล่าวเสริม