SAWAD โชว์ Q2/69 กำไร 1548 โต 32.19%

   เมื่อ : 13 ส.ค. 2569

บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2/2569 มีกำไรสุทธิ 1548 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.25 จากไตรมาสก่อนหน้า นับเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่หก ขณะที่งวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 3005 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.40 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของผลการดำเนินงาน การเติบโตของผลกำไรอย่างมีคุณภาพ จากการบริหารต้นทุนทางการเงิน การควบคุมค่าใช้จ่าย และการดูแลคุณภาพพอร์ตสินเชื่อควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ขณะที่อัตรากำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ ร้อยละ 32.19 เทียบกับร้อยละ 29.73 ในไตรมาสก่อนหน้า


นางสาวธิดา แก้วบุตตา ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การดำเนินงานในไตรมาสที่ 2/2569 แสดงให้เห็นถึงแนวทางการบริหารธุรกิจของ SAWAD ที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยบริษัทมุ่งสร้างการเติบโตของผลกำไรควบคู่กับการบริหารต้นทุนและความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว


สำหรับในไตรมาสที่ 2/2569 บริษัทมีการบริหารค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหาร1758 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4.87 จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่งวด 6 เดือนอยู่ที่ 3606ล้านบาท ลดลงร้อยละ 11.03 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนผลจากการปรับโครงสร้างสาขาและการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง


ขณะเดียวกัน บริษัทสามารถบริหารต้นทุนทางการเงินและความเสี่ยงด้านเครดิตได้อย่างเหมาะสมโดยต้นทุนทางการเงินในงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 1312 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 9.08 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน


สำหรับภาพรวมพอร์ตสินเชื่อ บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการขยายพอร์ตในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีผลตอบแทนสูงและมีหลักประกันรองรับ โดย ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีลูกหนี้คงเหลือรวม 95805 ล้านบาท สอดคล้องกับแนวทางการปรับโครงสร้างพอร์ต โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการคัดเลือกลูกค้าและการติดตามคุณภาพพอร์ตอย่างใกล้ชิด


ทิศทางการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จะเข้าสู่ช่วง High Season ของ SAWAD เนื่องจากความต้องการสินเชื่อและการใช้สภาพคล่องของลูกค้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยคาดว่าการดำเนินธุรกิจจะขยายตัวต่อเนื่องตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเฉพาะความต้องการสินเชื่อจำนำทะเบียน ซึ่งยังคงเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักที่บริษัทมุ่งขยายพอร์ตภายใต้กลยุทธ์ Selective Growth หรือการเติบโตอย่างเลือกสรร ควบคู่กับการคัดเลือกประเภทหลักประกัน กลุ่มอาชีพของลูกค้า และพื้นที่ให้บริการให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจนายหน้าประกันภัยอย่างต่อเนื่อง โดยงวด 6เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้จากการขายประกัน 738 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.19 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการต่อยอดฐานลูกค้าสินเชื่อและการเพิ่มความหลากหลายของแหล่งรายได้ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับผลประกอบการในระยะยาว


นอกจากนี้ บริษัทเดินหน้าการนำ Digital Transformation มาใช้ในการให้บริการ เพื่อเพิ่มศักยภาพการดำเนินงานและอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า โดยโครงการ e-KYC และ Mobile Lending Platform ได้เริ่มทยอยเปิดใช้งานเชิงพาณิชย์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569และจะขยายการใช้งานอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการพัฒนาระบบบริหารสินเชื่อใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสนับสนุนการบริหารความเสี่ยงด้านเครดิตในระยะยาว ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าต่อยอดสินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือผ่านระบบ Locked Phone โดยร่วมมือกับเจ้าของแบรนด์และตัวแทนจำหน่ายกว่า 6000 แห่งทั่วประเทศ พร้อมพัฒนาระบบอนุมัติสินเชื่ออัตโนมัติ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้ร้านค้าพันธมิตรในการให้บริการสินเชื่อที่รวดเร็ว ลดขั้นตอนโดยไม่ต้องใช้พนักงานของบริษัทฯ ทั้งนี้ เพื่อสร้างผลกำไรระยะยาวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน