ATP30 ปิดงบครึ่งปีแรก 69 กวาดรายได้ 401.85 ลบ. กำไร 17.26 ลบ.
ATP30 เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 69 รายได้รวม 401.85 ล้านบาท กำไรสุทธิ 17.26 ล้านบาท ตอกย้ำธุรกิจ Green Mobility ขยายฟลีทรถ EV รับดีมานด์ภาคอุตสาหกรรม หนุนผลงานครึ่งปีหลังโตต่อ เตรียมลงทุน Smart Charger และ Solar Roof เพิ่ม 2 แห่ง พร้อมบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีระบบ เสริมความแข็งแกร่งฐานะการเงิน
นายปิยะ เตชากูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอทีพี 30 จำกัด (มหาชน) หรือ ATP30 ผู้ให้บริการรถรับส่งพนักงานจากที่พักในเขตชุมชนไปยังโรงงานอุตสาหกรรมและสถานประกอบการ โดยเฉพาะในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก (Eastern Seaboard) และเขตอุตสาหกรรมในภาคกลาง เปิดเผยว่า ผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 มีรายได้รวม 401.85 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 401.27 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 17.26 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 31.26 ล้านบาท หรือ ลดลง 44.79%
ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 206.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 198.76 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 4.06% และมีกำไรสุทธิ 7.59 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 16.02 ล้านบาท หรือลดลง 52.62%
ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้เติบโตจากจากการให้บริการลูกค้าจำนวน 61 ราย รวมถึงช่วงไตรมาส 2/69 ได้ลงนามสัญญาและเริ่มให้บริการลูกค้ารายใหม่ในกลุ่มอุตสาหกรรมประกอบรถยนต์รายใหญ่ จำนวน 1 ราย ประกอบกับการปรับอัตราค่าบริการตามกลไกการปรับราคาน้ำมัน (Floating Rate) ส่งผลให้รายได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตามบริษัทมีกำไรสุทธิปรับลดลง เนื่องจากมีต้นทุนเพิ่มขึ้นในการบริหารความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคาน้ำมัน และข้อจำกัดจากนโยบายจำกัดปริมาณการเติมน้ำมันในช่วงเดือน มี.ค.–พ.ค. 2569 เพื่อบริหารจัดการปริมาณน้ำมันสำรอง สำหรับการให้บริการอย่างเหมาะสม
สำหรับทิศทางธุรกิจช่วงครึ่งปีหลัง 2569 มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทเดินหน้าขยายรถ EV เพื่อยกระดับการให้บริการด้าน Green Mobility รองรับเทรนด์การขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีแผนเพิ่มรถ EV จำนวน 18 คัน เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น โดยในช่วงที่มีการปรับเปลี่ยนจากรถสันดาปภายในมาเป็นรถไฟฟ้าอาจทำให้รายได้ของบริษัทมีการเปลี่ยนแปลง
ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าที่ลงนามในสัญญาแล้วจำนวน 62 ราย และอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้ารายใหม่เพิ่มเติม ส่งผลให้มีมูลค่างานในมือ (Backlog) จำนวน 1623 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเดินหน้าลงทุนสถานี Smart Charger และ Solar Roof เพิ่มอีก 2 แห่ง ที่จังหวัดนครนายกและจังหวัดระยองภายในปีนี้ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว ซึ่งด้วยจุดแข็งด้านการบริหารต้นทุนและการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทยังคงรักษาสภาพคล่องและกระแสเงินสดแข็งแกร่ง พร้อมผลักดันการเติบโตของผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง