SAK โชว์ผลงานครึ่งปีแรก 69 โกยกำไร 454 ลบ. โต 3.4%
บมจ.ศักดิ์สยามลิสซิ่ง’หรือ SAK ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย โชว์ผลงานครึ่งปีแรก 2569 พอร์ตสินเชื่อเพิ่มขึ้นเป็น 14877 ล้านบาท ทรงตัว (-0.2%) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนรายได้รวม 1686 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 454 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เผยกลุ่มสินเชื่อทะเบียนรถเพื่อการเกษตรและกลุ่มสินเชื่อที่ดินเติบโตโดดเด่น คุมอัตรา NPL อยู่ 2.7% แม้เผชิญแรงกดดันจากผลกระทบความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เตรียมเสนอขายหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 3000 ล้านบาท ต่อประชาชนทั่วไป ชูอัตราผลตอบแทน 5.60 % ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ประกาศแผนครึ่งปีหลัง เติบโตอย่างมั่นคง ชูแนวทางอนุมัติสินเชื่อตามความเหมาะสมสอดคล้องกับความจำเป็น ตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อทั้งปีโต 8-10% แตะ 15500-16000 ล้านบาท
นายศิวพงศ์ บุญสาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SAK ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยภายใต้แบรนด์ ‘ศักดิ์สยามลิสซิ่ง’ เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2569 (มกราคม-มิถุนายน) สะท้อนความแข็งแกร่งของ SAK ได้อย่างชัดเจน โดยพอร์ตสินเชื่อรวมขยายตัวสู่ระดับ 14877 ล้านบาท ทรงตัว (-0.2%) จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) หนุนให้รายได้รวมแตะ 1686 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 454 ล้านบาท เติบโต 3.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการขยายสาขาบนทำเลที่มีศักยภาพอีก 35 สาขา จาก 1079 สาขา เป็น 1114 สาขา ครอบคลุม 48 จังหวัด เพิ่มโอกาสเข้าถึงฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มเกษตรกรและกลุ่มที่มีศักยภาพเติบโตสูงแต่มีความเสี่ยงต่ำ สะท้อนบทบาทของ SAK ในฐานะแหล่งเงินทุนที่แข็งแกร่ง ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และขับเคลื่อนอาชีพเกษตรกรรมรวมถึงประชาชนที่ประกอบอาชีพทั่วไปให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ขณะที่ไตรมาส 2/2569 (เมษายน-มิถุนายน) บริษัทฯ ยังสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ โดยทำรายได้รวม 883 ล้านบาท เติบโต 2.7% และกำไรสุทธิ 225 ล้านบาท เติบโต 4.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งเกษตรกรและประชาชนทั่วไปยังคงเลือกใช้บริการ SAK เพื่อเสริมสภาพคล่องและต่อยอดการประกอบอาชีพอย่างต่อเนื่อง โดยสินเชื่อทะเบียนรถเพื่อการเกษตรและสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันเติบโตโดดเด่น จากความต้องการเงินทุนหมุนเวียนภาคเกษตรกรรมที่พุ่งสูงขึ้นสอดรับกับช่วงฤดูกาลเพาะปลูก นอกจากนี้จากการที่เกษตรกรหันมาให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนด้านพลังงานและการบริหารจัดการน้ำ ส่งผลให้กลุ่มสินเชื่อโซลาร์ (Solar) เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบด้วย สินเชื่อโซลาร์ปั๊ม (Solar Pump) และสินเชื่อโซลาร์ รูฟท็อป (Solar Rooftop)
นอกจากนี้บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านสินเชื่ออย่างรัดกุมเป็นเลิศ โดยนำระบบคัดกรองลูกค้า (Credit Scoring) ที่มีความแม่นยำสูงมาใช้ประเมินความสามารถการชำระหนี้และหลักประกันอย่างละเอียด ผสานกับการติดตามพอร์ตสินเชื่ออย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอน และเน้นการบริหารจัดการเชิงรุกในกลุ่มลูกค้า Stage 2 (ค้างชำระ 1-3 เดือน) อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถควบคุมอัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ในระดับ 2.7% ของพอร์ตสินเชื่อรวม ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 เทียบกับระดับ 2.6% ณ สิ้นไตรมาสแรกของปีเดียวกัน สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพสินทรัพย์ที่อยู่ในเกณฑ์ดี แม้ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกและในประเทศ โดยเฉพาะสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นของภาคการเกษตร
ล่าสุด บริษัทฯ มีแผนเสนอขายหุ้นกู้ ครั้งที่ 1/2569 ภายใต้โครงการหุ้นกู้ MTN ปี 2569 วงเงินรวมไม่เกิน 3000 ล้านบาท โดยเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เสนอขายต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (โดยให้บุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ลงทุนสถาบันจองซื้อในฐานะผู้ลงทุนทั่วไปเท่านั้น) อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.60% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เตรียมเปิดขายระหว่างวันที่ 24 - 27 ส.ค. 2569 ทั้งนี้ SAK ได้รับอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ที่ระดับ “BBB” แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2569 โดยมีผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ 11 ราย ดังนี้ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง บล.กรุงศรี บล.โกลเบล็ก บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) บล.ดาโอ (ประเทศไทย) บล.บลูเบลล์ บล.บียอนด์ บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) และ บล. เอเซีย พลัส
ส่วนแผนการดำเนินงานครึ่งปีหลัง มุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ผู้นำสินเชื่อเพื่อสังคม ภายใต้แนวคิดสร้างรากฐาน สร้างงาน และสร้างคน เพื่อเป็นพันธมิตรที่เคียงข้างเกษตรกรและพี่น้องประชาชนรากฐาน พร้อมทั้งปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ด้วยมาตรการเชิงรุก ผ่านการบริหารวงเงินสินเชื่ออย่างรอบคอบ เน้นอนุมัติตามความจำเป็นที่แท้จริงแทนการขยายวงเงินเพิ่ม เพื่อสอดรับกับพฤติกรรมของเกษตรกรที่ชะลอการลงทุนและเน้นรักษาสภาพคล่องทางการเงิน โดยมุ่งขยายพอร์ตในกลุ่มสินเชื่อที่มีหลักประกันมั่นคงและความเสี่ยงต่ำ ได้แก่ สินเชื่อทะเบียนรถ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเกษตรกรที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียน รวมถึง สินเชื่อที่ดิน ที่ยังคงเป็นสินทรัพย์ค้ำประกันที่มีมูลค่าและสภาพคล่องในการบริหารความเสี่ยงที่ดี จึงมั่นใจว่าปีนี้จะผลักดันพอร์ตสินเชื่อทั้งปีแตะ15500-16000 ล้านบาท เติบโต 8-10% ตามเป้าหมาย