InnovestX ปักหมุดก้าวสำคัญ “DR23” ทะลุ 100 หลักทรัพย์ เปิดตัว 19 DR23 ชุดใหม่
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) สร้างอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ DR23 (Depositary Receipt) ด้วยการขยายทางเลือกการลงทุนก้าวข้าม 100 หลักทรัพย์ พร้อมเปิดตัว DR23 ชุดใหม่ จำนวน 19 หลักทรัพย์ ครอบคลุม 6 ธีมการลงทุน จากบริษัทชั้นนำในสหรัฐฯ และเอเชีย โดยเฉพาะโอกาสจาก AI Ecosystem ตั้งแต่เซมิคอนดักเตอร์ การเชื่อมต่อ AI Server และ Cloud ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน พร้อมเปิดทางสู่เทคโนโลยีแห่งอนาคตทั้ง Space Industry และ Quantum Computing เปิดซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
นายพยนต์ พงศาวรี Chief Digital Products and Operating Officer บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) กล่าวว่า “การที่ DR23 ก้าวข้าม 100 หลักทรัพย์ ถือเป็นอีกหนึ่ง Milestone สำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นของ InnovestX แต่สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวน คือการเพิ่มโอกาสและขยาย Investment Universe ให้นักลงทุนไทยมีทางเลือกมากขึ้น ทั้งในแง่ประเทศ อุตสาหกรรม และ Investment Theme ที่น่าสนใจจากตลาดชั้นนำทั่วโลกผ่านตลาดหลักทรัพย์ไทยได้สะดวกยิ่งขึ้น
DR23 ชุดใหม่นี้สะท้อนแนวทางของ InnovestX ที่ต้องการคัดสรรบริษัทที่มีบทบาทใน Megatrend สำคัญของโลก และเติมเต็มโอกาสการลงทุนในส่วนต่าง ๆ ของ Global Investment Landscape เพื่อให้นักลงทุนสามารถเลือกธีมที่สอดคล้องกับมุมมองและระดับความเสี่ยงของตนเองได้มากขึ้น”
สำหรับ DR23 ชุดใหม่ จำนวน 19 หลักทรัพย์ InnovestX คัดสรรภายใต้ 6 ธีมการลงทุน โดยมีหนึ่งในแกนสำคัญคือโอกาสจากการเติบโตของ AI Ecosystem ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบริษัทผู้ผลิตชิป แต่ครอบคลุม Value Chain ตั้งแต่ Semiconductor Advanced Packaging Connectivity AI Server Cloud และ Enterprise AI ไปจนถึงพลังงานที่รองรับ Data Center รวมถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่าง Space Industry และ Quantum Computing
นายศรัณย์ โพธิวิรัตนานนท์ Head of Proprietary Trading บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) กล่าวว่า “การเติบโตของ AI กำลังสร้างโอกาสการลงทุนที่กระจายไปตลอดทั้ง Ecosystem ตั้งแต่Semiconductor Advanced Packaging และ Connectivity ไปจนถึง Computing AI Server Cloud Data Infrastructure และพลังงานที่จำเป็นต่อการขยายตัวของ Data Center เราจึงคัดสรร DR23 ชุดใหม่นี้ให้ครอบคลุมผู้เล่นในหลายส่วนของ Ecosystem ควบคู่กับเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่าง Quantum Computing และ Space Industry รวมถึงขยายโอกาสไปยัง Supply Chain ฝั่งเอเชีย เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุนในธีมที่มีปัจจัยขับเคลื่อนและระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน”