“TNP” เคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.0525 บาทต่อหุ้น รับเงิน 10 ก.ย.นี้

   เมื่อ : 20 ส.ค. 2569

บมจ. ธนพิริยะ (TNP) รายงานผลประกอบการในไตรมาสที่ 2/2569 รายได้จากการขาย 853.59 ล้านบาท เพิ่ม 14.90% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 55.22 ล้านบาท เพิ่ม 9.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี งวด 6 เดือนแรกรายได้จากการขายรวม 1623.97 ล้านบาท เพิ่ม 10.82% และมีกำไรสุทธิ 103.59 ล้านบาท ประเมินครึ่งปีหลังทิศทางเชิงบวกได้แรงสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว แม้ธุรกิจค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคการแข่งขันสูง แต่ธนพิริยะ ยังคงจุดแข็งเข้าใจคนในพื้นที่ มองขยายสาขาเพิ่ม 8 สาขา ยอดขายเพิ่มขึ้น 10-15% ตามเป้า พร้อมเอาใจผู้ถือหุ้นจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.0525 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD 24 ส.ค. รับเงิน 10 ก.ย. 2569


เภสัชกรหญิงอมร พุฒิพิริยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP ผู้นำธุรกิจค้าปลีก–ค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ในภาคเหนือ เปิดเผยว่า ทิศทางผลประกอบการครึ่งปีหลัง 2569 เดินหน้าเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชนผ่าน “โครงการไทยช่วยไทยพลัส” รวมถึงการท่องเที่ยว “ไทยเที่ยวไทยพลัส” 2569 ที่กำลังจะออกมาในช่วงปลายปี ซึ่งสอดคล้องกับช่วงไฮซีซั่นการท่องเที่ยวในภาคเหนือ ทำให้เป้าหมายยอดขายปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโต 10-15% ได้ พร้อมทั้งเปิดสาขาใหม่เพิ่ม 8 สาขา รวมทั้งปีมีสาขาทั้งสิ้น 64 สาขา จาก 6 เดือนแรก มีสาขา 59 สาขา


สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 853.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 110.67 ล้านบาท หรือ 14.90% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/2569 จำนวน 83.20 ล้านบาท หรือ 10.80% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 55.22 ล้านบาท ขยายตัว 4.82 ล้านบาท คิดเป็น 9.5% จากงวดเดียวกันของปีก่อน


ด้านงวด 6 เดือนปี 2569 มีรายได้จากการขาย 1623.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 158.58 ล้านบาท หรือ 10.82% จากงวดเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิ 103.59 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักมาจากการเปิดสาขาใหม่ ขณะที่ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เพิ่มขึ้น 4.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมถึงการขยายตัวจากช่องทางขายส่งผ่านสำนักงานใหญ่และการขายผ่านผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต (authorized distributor)


“โครงการไทยช่วยไทยพลัส” ระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่มิถุนายน–กันยายน 2569 และการเพิ่มวงเงินผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจากเดิม 300 บาท เป็น 1000 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งเริ่มในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ส่งผลให้การซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่สาขาเพิ่มขึ้น แม้บริษัทจะไม่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส 60:40 เนื่องจากโครงการให้เฉพาะร้านค้าขนาดเล็กเท่านั้น แต่บริษัทได้รับประโยชน์โดยอ้อมของร้านค้าย่อย ปีนี้มั่นใจตั้งเป้ารายได้จากการขายเติบโต 10–15% จากปัจจัยสนับสนุนการเปิดสาขาใหม่อีก 8 สาขา เพื่อขยายตลาดเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่” เภสัชกรหญิง อมร กล่าว


นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการในวันที่ 11 สิงหาคม มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.0525 บาทต่อหุ้น โดยบริษัทฯ มีแผนจ่ายปันผลปีละ 2 ครั้ง โดยเตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 24 สิงหาคม และจ่ายปันผลวันที่ 10 กันยายน 2569