PHAT ลุยปั้น New Growth Engine หนุนมาร์จิ้นพุ่ง

   เมื่อ : 20 ส.ค. 2569

PHAT เข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) รุกเดินหน้านำเงินระดมทุนขยายธุรกิจ ลุยโรงงานสกัดน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ เป็น New Growth Engine สร้างความมั่นคงระยะยาว ดันอัตรากำไรเติบโตต่อเนื่อง


นายสมนึก จันทวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ PHAT

ผู้ประกอบธุรกิจสกัดน้ำมันปาล์มดิบและส่งออกผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงจากปาล์มในอำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า การเข้าซื้อขายหลักทรัพย์วันแรกในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “PHAT” ด้วยประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มกว่า 30 ปี ตอกย้ำศักยภาพธุรกิจที่มั่นคง พร้อมยกระดับสู่การเติบโตที่แข็งแกร่งในอนาคต ทั้งนี้ บริษัทพร้อมต่อยอดธุรกิจจาก Agricultural-based Company สู่ Sustainable Company มุ่งสร้าง Ecosystem เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตตลอดห่วงโซ่คุณค่า ด้วยการใช้ประโยชน์จากผลพลอยได้อย่างเต็มที่ (Fully Utilization of By-products) และการจัดการแบบ Zero Waste เพื่อลดการสูญเสียและสร้างมูลค่าเพิ่ม ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐาน RSPO หรือ Roundtable on Sustainable Palm Oil ในการขยายตลาดและสร้างรายได้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการเติบโตที่ยั่งยืน


“การเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) นับเป็นก้าวสำคัญและความภาคภูมิใจของ PHAT ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและก้าวสู่ความเป็นเลิศในอุตสาหกรรม ขอบคุณนักลงทุนที่ให้การต้อนรับหุ้น PHAT อย่างอบอุ่น โดยทีมผู้บริหารและพนักงานพร้อมมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจ เพื่อเดินหน้าสู่การเติบโตที่แข็งแกร่ง ตลอดจนสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่นักลงทุน” นายสมนึก กล่าว


ด้าน นายพีรณัฐ สวัสดิจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายบัญชีและการเงิน เปิดเผยว่า ภายหลังการระดมทุน โครงสร้างเงินทุนของบริษัทมีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ลดลงเหลือ 0.76 เท่า จากเดิม 1.04 เท่า ทำให้บริษัทมีศักยภาพรองรับแผนการลงทุนและการขยายธุรกิจระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ


สำหรับแผนการใช้เงินระดมทุนและการเติบโตในระยะ 3 ปี บริษัทได้เดินหน้าขยายกำลังการผลิตโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบเป็น 90 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง หรือประมาณ 2100 ตันต่อวัน ตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป ทำให้บริษัทมีรายได้เพิ่มทันที และเริ่มรับรู้รายได้เต็มปีในปี 2570


นอกจากนี้ บริษัทจะลงทุนก่อสร้างโรงงานสกัดน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ (Crude Palm Kernel Oil : CPKO) โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3/2570 และเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 4/2570 ก่อนเริ่มรับรู้รายได้เต็มปีในปี 2571 โรงงานแห่งใหม่นี้จะเพิ่มอัตรากำไร และเป็น New Growth Engine ที่เสริมศักยภาพการเติบโตในระยะยาวให้กับบริษัท รวมถึงการลงทุนในระบบผลิตก๊าซชีวภาพ (Biogas) นำผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อลดต้นทุนด้านพลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร สร้างรายได้ใหม่ และสร้างประโยชน์ร่วมกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับเป้าหมายการเติบโตระยะยาวของบริษัท โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4/2570 และเริ่มรับรู้รายได้เต็มปีในปี 2571 ส่วนแผนตลาดต่างประเทศ บริษัทตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างประเทศ จาก 20% ในปี 2568 เป็น 40% ภายในปี 2569 ซึ่งในไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้จากการส่งออกคิดเป็น 75% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนศักยภาพการเจาะตลาดใหม่และขยายฐานลูกค้าต่างประเทศ ลดการพึ่งพาตลาดในประเทศ


“การระดมทุนครั้งนี้ ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน พร้อมต่อยอดสู่การลงทุนและการขยายตลาดต่างประเทศ สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตในระยะยาว และการเป็นหุ้น Defensive Stock ที่สร้างผลตอบแทนมั่นคงแก่ผู้ถือหุ้น” นายพีรณัฐ กล่าว


ด้าน นางดาริน กาญจนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออพท์เอเชีย แคปิตอล จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน PHAT เปิดเผยว่า ขอแสดงความยินดีกับ PHAT ในโอกาสเข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ซึ่งการเปิดซื้อขายวันแรกในราคาเหนือจอง ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจจากผลประกอบการที่ผ่านมาและในอนาคต โดยเชื่อมั่นว่า PHAT จะก้าวขึ้นเป็นหุ้นน้องใหม่ที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น ทั้งจากการเติบโตของธุรกิจและการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่องในระยะยาว


ทั้งนี้ PHAT มีแผนนำเงินที่ได้จากการขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 118.86 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 2 บาท รวมจำนวนเงินที่ได้ประมาณ 208.60 ล้านบาท (ภายหลังหักค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ IPO) ไปต่อยอดและขยายศักยภาพการผลิตให้กับ By-product : โรงสกัดน้ำมันจากเมล็ดใน (CPKO) รวมถึงการต่อยอดและขยายศักยภาพการผลิตให้กับ By-product : ระบบก๊าซชีวภาพ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจเพื่อรองรับฤดูกาลผลผลิตปาล์มน้ำมัน ซึ่งสอดรับกับข้อมูลจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ที่คาดว่าปริมาณผลปาล์มสดปี 2569 จะเพิ่มขึ้นกว่า 20 ล้านตัน โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปี (สิงหาคม-ตุลาคม) ซึ่งเป็นฤดูกาลผลผลิตสูง ทำให้บริษัทสามารถเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตและรองรับวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ช่วยหนุนผลการดำเนินงานในปีนี้ให้เติบโตกว่าปีก่อนหน้า


“การเข้าระดมทุนและจดทะเบียนในตลาดเอ็ม เอ ไอ (mai) ทำให้ PHAT มีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและมั่นคง พร้อมเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และต่อยอดการเติบโตทั้งในธุรกิจเดิมและธุรกิจใหม่ในอนาคต” นางดาริน กล่าว