CH ส่งสัญญาณบวก Q3/69 ชูกลยุทธ์คุมต้นทุน-ขยายตลาด หนุนการเติบโต
CH ส่งสัญญาณบวกไตรมาส 3/69 ฟื้นตัวชัดเจน ชูกลยุทธ์ออกสินค้าใหม่ รุกตลาดในประเทศ ควบคู่ขยายฐานลูกค้าใหม่อเมริกา-ยุโรป ดันสินค้ามูลค่าเพิ่ม ลดการพึ่งพาสินค้าดั้งเดิม ยกระดับโรงงาน นำระบบ LEAN และเทคโนโลยีเครื่องจักร ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพระยะยาว หนุนผลงานครึ่งปีหลังเติบโต
นายประวิทย์ ศรีแสงนาม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ CH ผู้ผลิตและจำหน่ายผลไม้และอาหารแปรรูป ได้แก่ ผลไม้อบแห้ง ปลากระป๋อง และขนมเพื่อสุขภาพ เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจช่วงครึ่งปีหลัง 2569 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ ประกอบกับ การปรับกลยุทธ์ด้านตลาด มุ่งเน้นเพิ่มสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่ม (Value-added Products) เพื่อยกระดับความสามารถในการทำกำไรและลดการพึ่งพาสินค้าแบบดั้งเดิม สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มใหม่ และสร้างความแตกต่างในตลาด
โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ผลไม้อบแห้ง มีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 3/2569 บริษัทฯ จึงปรับแผนการจัดจำหน่าย มุ่งเน้นตลาดในประเทศมากขึ้น เพื่อขยายฐานลูกค้าและกระจายความเสี่ยงด้านตลาด ขณะเดียวกันมีแผนบริหารราคาขายให้เหมาะสมกับต้นทุนและภาวะตลาด ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการรักษาและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นในระยะต่อไป
ขณะที่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ปลากระป๋อง ยังคงมีทิศทางที่ดี โดยยอดขายมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง ประกอบกับบริษัทฯ สามารถบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเดินหน้าขยายช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ SUMACO ผ่านร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต และช่องทางออนไลน์ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคในประเทศ อีกทั้ง ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ปลากระป๋องในน้ำมันมะกอก เจาะกลุ่มลูกค้าให้ความสำคัญด้านสุขภาพ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์วัตถุดิบปลาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีความท้าทายด้านปริมาณและการจัดหา โดยได้วางแผนบริหารจัดซื้อให้เพียงพอต่อการผลิต รวมถึงจัดซื้อบรรจุภัณฑ์ประเภทกระป๋องล่วงหน้า เพื่อรองรับความผันผวนของ Supply Chain และลดผลกระทบต่อแผนการผลิต
ด้าน กลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมเพื่อสุขภาพ บริษัทฯ เดินหน้าพัฒนาสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ตอบรับความต้องการผู้บริโภคตลาดต่างประเทศ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี และเริ่มมีโอกาสเข้าสู่ระดับ Economy of Scale มากขึ้น ขณะเดียวกันยังเร่งขยายช่องทางจำหน่ายในประเทศ สำหรับผลิตภัณฑ์ มะม่วงแบะบ๊วย มะม่วงแบะบ๊วยเผ็ชช หนึบหนับ ผ่านร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต และช่องทางค้าปลีกต่าง ๆ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคและสร้างฐานรายได้ที่หลากหลาย
สำหรับตลาดต่างประเทศ ยังคงเดินหน้าขยายฐานลูกค้าใหม่ในทวีปอเมริกาและประเทศใกล้เคียง ขณะที่ตลาดยุโรปยังสามารถรักษาระดับยอดขายได้ แม้บริษัทฯ จะเผชิญกับการสูญเสียลูกค้าบางส่วนในตลาดเอเชีย โดยการกระจายฐานลูกค้าไปยังภูมิภาคต่าง ๆ จะช่วยลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง และเพิ่มความยืดหยุ่นในการรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจและสถานการณ์การค้าโลก
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกภายในโรงงาน โดยนำระบบ LEAN และเทคโนโลยีเครื่องจักรเข้ามาปรับใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ลดของเสีย (Waste) และทดแทนการใช้แรงงานในบางส่วน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ปริมาณการผลิต และลดต้นทุนการดำเนินงานระยะยาว
อีกทั้ง ให้ความสำคัญกับการรักษาสภาพคล่อง บริหารเงินทุนหมุนเวียน คุมระดับสินค้าคงเหลือ และดูแลคุณภาพลูกหนี้การค้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม พร้อมติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและบริหารความเสี่ยงแบบกระจายตัว ทั้งด้านตลาดส่งออก ฐานลูกค้า วัตถุดิบ และโลจิสติกส์ พร้อมรับมือความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
“การปรับตัวเชิงรุกทั้งการขยายตลาดใหม่ การยกระดับประสิทธิภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยีและระบบ LEAN รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนสินค้ามูลค่าสูง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนให้ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ฟื้นตัวอย่างชัดเจน พร้อมยกระดับความสามารถในการทำกำไรและสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว” นายประวิทย์ กล่าว