NER รับอานิสงส์ราคายางพาราโลกปรับตัวขึ้น หนุนโค้งหลังทะยานต่อ ดันรายได้ปีนี้ทะลุเป้า 3 หมื่นลบ.
บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ประเมินแนวโน้มธุรกิจยางธรรมชาติในช่วงโค้งสุดท้ายปี 2569 อุตสาหกรรมยางพารายังคงได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้ยางเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดจีนและอินเดีย ขณะที่ supply ปริมาณผลผลิตยางธรรมชาติในตลาดโลกตึงตัว แต่ Demand แข็งแกร่ง รวมถึงการบังคับใช้ยาง EUDR ของสหภาพยุโรป ฟากบิ๊กบอส "ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์"ระบุ บริษัทเดินหน้าบริหารต้นทุน และสต๊อกสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่การบริหารความเสี่ยงด้านวัตถุดิบ เพื่อรองรับความผันผวนของตลาด มั่นใจรายได้ปีนี้ทะลุ 30000 ล้านบาท ตามแผน
นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) (NER) เปิดเผยว่า ทิศทางราคายางพาราที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยสนับสนุนธุรกิจในช่วงที่เหลือของปี โดยบริษัทฯติดตามสถานการณ์ Supply และ Demand ในตลาดยางธรรมชาติอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการวัตถุดิบ ต้นทุน และสต๊อกสินค้าให้สอดคล้องกับภาวะตลาด เพื่อรองรับความผันผวนของราคายางและความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยสำคัญที่เข้ามาสนับสนุนราคายางยังมาจากภาพรวม Supply ที่มีความตึงตัว จากผลผลิตยางธรรมชาติที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ ขณะที่ความต้องการใช้จากผู้ผลิตยางล้อรายใหญ่ยังมีแรงส่ง โดย NER เคยประเมินไว้ว่า ความต้องการใช้ยางจากตลาดจีน อินเดีย และประเทศผู้ผลิตรถยนต์สำคัญยังมีอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปริมาณผลผลิตยางยังไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก จึงเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนราคายางในตลาดโลก
ขณะเดียวกัน การเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนความต้องการใช้ยางธรรมชาติในระยะยาว ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ EUDR ของสหภาพยุโรป ทำให้ผู้ประกอบการและผู้ผลิตให้ความสำคัญกับแหล่งที่มาของวัตถุดิบและการตรวจสอบย้อนกลับมากขึ้น ซึ่ง NER ได้เดินหน้าพัฒนาคู่ค้าและระบบตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดโลก
“ในช่วงไตรมาส 3/2569 บริษัทฯประเมินว่าราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นจะช่วยสนับสนุนรายได้ แม้ปริมาณขายจะได้รับผลกระทบจากความตึงตัวของวัตถุดิบ โดยมุ่งบริหารจัดการการผลิตระหว่างโรงงานให้สอดคล้องกับปริมาณวัตถุดิบที่มีอยู่ เพื่อรักษาประสิทธิภาพการดำเนินงานและรองรับคำสั่งซื้อของลูกค้า”
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NER กล่าวอีกว่า บริษัทฯยังคงติดตามทิศทางราคายางในช่วงโค้งสุดท้ายปี 2569 โดยเฉพาะหาก Supply ยังคงตึงตัว ขณะที่ความต้องการใช้จากอุตสาหกรรมยางล้อยังมีแรงส่ง ก็มีโอกาสเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาขาย หนุนธุรกิจของ NER ต่อเนื่อง ขณะที่บริษัทฯมีฐานลูกค้าเดิมที่แข็งแกร่ง และเตรียมความพร้อมด้านห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดยางธรรมชาติในระยะต่อไป และมั่นใจว่าแนวโน้มรายได้ในปี 2569 จะพุ่งแตะ 30000 ล้านบาท ตามแผนงานที่วางไว้