K WEALTH กสิกรไทย ยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง ชู K-ALLROADS Series เป็น Core Portfolio ต่อยอดความมั่งคั่งของลูกค้าสินทรัพย์สูง
K WEALTH กสิกรไทย ยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง ด้วยความร่วมมือระดับโลกจาก KBank Private Banking และ Lombard Odier ชู K-ALLROADS Series เป็น Core Portfolio ต่อยอดความมั่งคั่งของลูกค้าสินทรัพย์สูง
ในโลกที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ การวางแผนความมั่งคั่งกำลังเผชิญความท้าทายที่ซับซ้อนกว่าที่เคย สำหรับลูกค้าบุคคลสินทรัพย์สูง เป้าหมายสำคัญไม่ใช่การชนะตลาดในบางช่วงเวลา แต่คือการรักษาและต่อยอดความมั่งคั่งให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่องผ่านทุกวัฏจักรเศรษฐกิจ เพราะพอร์ตการลงทุนต้องทำหน้าที่มากกว่าสร้างผลตอบแทน ทั้งรองรับสภาพคล่องทางธุรกิจ วางแผนภาษี ดูแลเป้าหมายของครอบครัว และส่งต่อความมั่งคั่งสู่คนรุ่นถัดไป
ยิ่งในโลกปัจจุบันที่ AI กำลังเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจโลก ขณะที่ทิศทางดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังสร้างความผันผวนให้ตลาดได้ทุกเมื่อ การลงทุนจึงไม่ใช่เรื่องของการพยายามคาดการณ์ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “จะลงทุนอะไร” แต่คือ “จะออกแบบพอร์ตอย่างไรให้พร้อมรับทุกสถานการณ์ของโลก” ซึ่งคือแนวคิด Prepare Don’t Predict ที่ K WEALTH บริการที่ปรึกษาและวางแผนความมั่งคั่งจากธนาคารกสิกรไทยนำมาใช้ในการดูแลลูกค้าบุคคลสินทรัพย์สูง โดยผสานความเชี่ยวชาญของ KBank Private Banking กับองค์ความรู้ด้านการบริหารความมั่งคั่งระดับโลกจากลอมบาร์ด โอเดียร์ (Lombard Odier) พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ไพรเวทแบงก์ชั้นนำจากสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อพัฒนาโซลูชันการลงทุนที่ช่วยสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของความมั่งคั่งและการบริหารความเสี่ยงในระยะยาว
หนึ่งในโซลูชันสำคัญคือ กองทุน K-ALLROADS Series ซึ่งได้รับการออกแบบให้เป็นพอร์ตลงทุนหลัก (Core Portfolio) ที่ช่วยรองรับความไม่แน่นอนของโลกการลงทุน ผ่านการกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก เพื่อสร้างความยืดหยุ่นในการรับมือความผันผวน ควบคู่กับการเติบโตของความมั่งคั่งในระยะยาว
Prepare Don’t Predict: เมื่อการบริหารความมั่งคั่งไม่ใช่เรื่องของการทำนายตลาดอีกต่อไป
ดร.ตรีพล ภูมิวสนะ Chief Investment Officer K WEALTH ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า บทเรียนจากวิกฤติเศรษฐกิจและความผันผวนที่เกิดขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดสามารถเปลี่ยนทิศทางได้อย่างรวดเร็วเกินกว่าจะคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำ ขณะที่นักลงทุนไม่สามารถหยุดหรือเริ่มต้นแผนความมั่งคั่งใหม่ทุกครั้งที่ตลาดผันผวนได้
ด้วยเหตุนี้ แนวคิด Prepare Don’t Predict จึงมีบทบาทสำคัญในการบริหารความมั่งคั่งยุคใหม่ โดยเปลี่ยนจุดเน้นจากการพยายามคาดการณ์ทิศทางตลาดระยะสั้น ไปสู่การสร้างพอร์ตลงทุนที่มีวินัย ยืดหยุ่น และพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนในทุกสภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งหัวใจสำคัญคือการมี Core Portfolio ที่แข็งแรง ทำหน้าที่เป็นรากฐานของการเติบโตในระยะยาว
ปัจจุบัน Core Portfolio มีความสำคัญมากกว่าที่เคย เนื่องจากโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างหลายด้านพร้อมกัน ทั้งวัฏจักรดอกเบี้ยรูปแบบใหม่ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AI ซึ่งแม้จะสร้างโอกาสการลงทุนมหาศาล แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของผลตอบแทนในบางอุตสาหกรรม
“สำหรับลูกค้าบุคคลสินทรัพย์สูง เป้าหมายไม่ใช่การเอาชนะตลาดในบางช่วงเวลา แต่คือการรักษาและต่อยอดความมั่งคั่งให้เติบโตอย่างต่อเนื่องผ่านทุกวัฏจักรเศรษฐกิจ” ดร.ตรีพล กล่าว
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับมุมมองของ Mr. Marc Giesbrecht Deputy Global CIO and Head of Investment Management Lombard Odier ซึ่งระบุว่า บทเรียนหลังวิกฤติการเงินโลกทำให้นักลงทุนตระหนักว่า การกระจายการลงทุนตามประเภทสินทรัพย์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาวะการลงทุนทั่วโลกได้รับแรงสนับสนุนจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ นโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย และตลาดหุ้นที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้บทบาทของตราสารหนี้ในพอร์ตลงทุนเปลี่ยนแปลงไป นักลงทุนจึงไม่สามารถพึ่งพาการจัดสรรเงินลงทุนระหว่างหุ้นและตราสารหนี้เพียงอย่างเดียวเพื่อกระจายความเสี่ยงได้เช่นในอดีต
ด้วยเหตุนี้ กลยุทธ์การลงทุนที่ยึดการบริหารความเสี่ยงเป็นหลัก (Risk-based Strategies) จึงมีความสำคัญมากขึ้น โดยมุ่งสร้างความหลากหลายของแหล่งที่มาของผลตอบแทนผ่านการลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท อาทิ สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) เครื่องมือทางการเงินที่เชื่อมโยงกับเงินเฟ้อ (Inflation Swaps) และตลาดเงิน (Money Market Instruments) ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้พอร์ตลงทุนและเสริมศักยภาพในการรับมือกับความผันผวนของตลาดในสภาวะต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น
บริหารความเสี่ยง พร้อมสร้างโอกาสในช่วงตลาดผันผวนไปกับกองทุน K-ALLROADS Series
นายปณตพล ตัณฑวิเชียร CFA Chief Investment Officer บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ในสภาพแวดล้อมการลงทุนปัจจุบัน นักลงทุนไม่ควรพึ่งพาการลงทุนในหุ้นหรือตราสารหนี้เพียงไม่กี่ประเภทเหมือนในอดีต เพราะในบางช่วงสินทรัพย์หลักอาจปรับตัวไปในทิศทางเดียวกันและไม่สามารถลดความผันผวนได้อย่างที่เคยเป็นมา
กลยุทธ์ ALL ROADS ที่พัฒนาโดย Lombard Odier บนหลักการจัดสรรสินทรัพย์ตามระดับความเสี่ยง (Risk-based Asset Allocation) มุ่งกระจายแหล่งที่มาของความเสี่ยงและผลตอบแทนในพอร์ตลงทุน ไม่ได้พิจารณาเพียงการกระจายการลงทุนตามประเภทสินทรัพย์เท่านั้น แต่ยังช่วยลดการพึ่งพาปัจจัยหรือสภาวะตลาดในช่วงใดช่วงหนึ่งมากเกินไป ส่งผลให้พอร์ตลงทุนมีความแข็งแกร่งและพร้อมรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่หลากหลายได้ดียิ่งขึ้น
แนวคิดดังกล่าวได้นำมาต่อยอดสู่กองทุน K-ALLROADS Series ซึ่งออกแบบขึ้นสำหรับลูกค้าบุคคลสินทรัพย์สูง ธนาคารกสิกรไทยโดยเฉพาะ เพื่อทำหน้าที่เป็น Core Portfolio หรือพอร์ตลงทุนหลัก ช่วยสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตและการบริหารความเสี่ยงในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
กองทุน K-ALLROADS Series แตกต่างจากพอร์ตลงทุนแบบดั้งเดิมที่มุ่งสร้างผลตอบแทนในช่วงที่ตลาดเป็นขาขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการสร้างพอร์ตที่มีความแข็งแกร่ง สามารถรับมือกับความผันผวน และสร้างผลลัพธ์การลงทุนได้อย่างสม่ำเสมอในหลากหลายสภาวะเศรษฐกิจ เพื่อช่วยให้นักลงทุนเดินหน้าสู่เป้าหมายความมั่งคั่งระยะยาวได้อย่างมั่นคง
“ในบางช่วงเวลาสินทรัพย์หลายประเภทอาจเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้ประสิทธิภาพของการกระจายความเสี่ยงที่นักลงทุนเคยพึ่งพาลดลง กองทุน K-ALLROADS Series จึงถูกออกแบบให้เป็น Core Portfolio เชิงกลยุทธ์ที่ช่วยรักษาสมดุลของพอร์ตลงทุน ลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของการลงทุน และเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถเสริมการเติบโตของพอร์ตผ่านการลงทุนแบบ Satellite Portfolio ได้อย่างมีวินัยและเป็นระบบ”
นอกจากนี้ Core Portfolio ที่แข็งแกร่งยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถแสวงหาแหล่งการเติบโตเพิ่มเติมผ่านการลงทุนในธีมแห่งอนาคต อาทิ AI เทคโนโลยี การดูแลสุขภาพ และเมกะเทรนด์สำคัญของโลก ผ่านการลงทุนแบบ Satellite Portfolio โดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพและโครงสร้างหลักของพอร์ตลงทุนโดยรวม
กลไกสำคัญที่ทำให้ K-ALLROADS Series พร้อมรับทุกสภาวะตลาด
1.ออกแบบเพื่อรับมือทุกวัฏจักรเศรษฐกิจ พอร์ตลงทุนครอบคลุมสินทรัพย์หลากหลายประเภททั่วโลก ทั้งหุ้น พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้เอกชน สินค้าโภคภัณฑ์ ตราสารเชื่อมโยงเงินเฟ้อ (Inflation-linked assets) และสินทรัพย์ทางเลือกอื่น ๆ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างโอกาสการเติบโตและการบริหารความเสี่ยงในแต่ละสภาวะเศรษฐกิจ
2.บริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ไม่พึ่งการคาดการณ์ตลาด ใช้กระบวนการบริหารพอร์ตแบบ Rule-Based Management ที่กำหนดกรอบการลงทุนและการควบคุมความเสี่ยงอย่างชัดเจน ช่วยลดอิทธิพลจากอารมณ์และการตัดสินใจตามภาวะตลาดระยะสั้น พร้อมปรับพอร์ตให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
3.เลือกลงทุนได้ตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ กลุ่มกองทุน K-ALLROADS Series มีทางเลือก 3 กองทุน เพื่อรองรับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกันของนักลงทุน ได้แก่
K-ALLRD-UI-A(A) สำหรับผู้ต้องการสร้างสมดุลระหว่างผลตอบแทนและความเสี่ยง
K-ALLGR-UI-A(A) สำหรับผู้ต้องการเพิ่มศักยภาพการเติบโตของพอร์ต
K-ALLEN-UI-A(A) สำหรับผู้ที่มองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมภายใต้กรอบการบริหารความเสี่ยงที่ชัดเจน