การเคหะฯ ยกย่อง ทีมมูลนิธินายช่างไทย ใจอาสา ฟื้นฟูระบบไฟฟ้า ”คลองจั่น-ร่มเกล้า”

   เมื่อ : 14 ต.ค. 2569

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยกำหนดแนวทางให้ความช่วยเหลือครอบคลุมทั้งการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าและการฟื้นฟูความเสียหายหลังน้ำลด โดยเฉพาะระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับเข้าพักอาศัยและใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัยโดยเร็ว พร้อมมอบหมายการเคหะแห่งชาติเร่งประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคีเครือข่าย ระดมทรัพยากรและบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเข้าฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน


นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผยว่า ภายหลังสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย กคช. ได้เร่งฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่ได้รับผลกระทบ โดยก่อนหน้านี้ได้ฟื้นฟูระบบปั๊มน้ำที่แฟลตเคหะคลองจั่นและชุมชนการเคหะร่มเกล้าให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ ล่าสุดได้ร่วมกับมูลนิธินายช่างไทยใจอาสาและภาคีเครือข่าย ระดมวิศวกรและช่างไฟฟ้าจิตอาสาฟื้นฟูระบบไฟฟ้า เพื่อลดความเสี่ยงจากไฟฟ้ารั่ว ไฟฟ้าช็อต และอัคคีภัย พร้อมคืนความปลอดภัยให้ประชาชน


ระหว่างวันที่ 3–4 ตุลาคม 2569 ทีมจิตอาสากว่า 250 คน จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) มูลนิธินายช่างไทยใจอาสา และ กคช. ร่วมตรวจสอบและฟื้นฟูระบบไฟฟ้าในพื้นที่แฟลตคลองจั่น ครอบคลุมอาคาร 30 อาคาร บ้านเรือนและร้านค้า 161 หลัง รวมถึงอาคารภายในสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) อีก 3–4 อาคาร


ต่อมาเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ทีมจิตอาสาจาก กฟผ. ลงพื้นที่ชุมชนหลังคาขาว ร่มเกล้า ดูแลบ้านเรือนกว่า 100 หลัง และเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ได้ขยายภารกิจไปยัง 6 ชุมชนในพื้นที่ร่มเกล้า รวมถึงชุมชนฟื้นนครร่มเกล้า หลังคาเขียว และหลังคาแดง เพื่อฟื้นฟูระบบไฟฟ้าให้บ้านเรือนอีก 192 หลัง ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูงถึงระดับปลั๊กไฟ โดยมีจิตอาสาจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) มูลนิธินายช่างไทยใจอาสา วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกสมโภชกรุงเทพมหานคร และช่างจาก กคช. รวมกว่า 220 คน ร่วมปฏิบัติงาน


นายทวีพงษ์กล่าวว่า สิ่งที่น่าประทับใจคือความเสียสละของวิศวกรและช่างไฟฟ้าจิตอาสาที่นำความรู้ความเชี่ยวชาญมาช่วยเหลือประชาชน แม้บางคนจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเช่นกัน ขณะที่การทำงานต้องเผชิญทั้งน้ำท่วมขังและเส้นทางเข้าชุมชนที่คับแคบ แต่ทุกคนยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างระมัดระวัง โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ


“ในนามการเคหะแห่งชาติ ผมขอขอบคุณมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา วิศวกร ช่างไฟฟ้าจิตอาสา และทุกหน่วยงานที่ร่วมแรงร่วมใจกันฟื้นฟูระบบไฟฟ้า ช่วยลดความเสี่ยงและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากประชาชนแม้แต่บาทเดียว”


ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การฟื้นฟูชุมชนหลังภัยพิบัติให้เกิดผลอย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดย กคช. จะเดินหน้าสนับสนุนการฟื้นฟูชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ


ภารกิจครั้งนี้สะท้อนพลังความเสียสละและความร่วมมือของทุกภาคส่วน ที่ร่วมเปลี่ยนความเชี่ยวชาญให้เป็นความปลอดภัย และส่งต่อกำลังใจให้ประชาชนก้าวผ่านวิกฤตน้ำท่วมไปด้วยกัน