TSE สุดสตรอง! จ่ายคืนหุ้นกู้ พร้อมดอกเบี้ย 1200 ลบ. ครบตามกำหนด

บมจ.ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (TSE) สุดสตรอง! จ่ายคืนหุ้นกู้ มูลค่า 1200 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยตามกำหนดครบทั้งจำนวน ตอกย้ำความเชื่อมั่นนักลงทุนและผู้ถือหุ้น แม่ทัพหญิง “ดร.แคทลีน มาลีนนท์” พร้อมเดินหน้าตามแผนธุรกิจปี 68 เต็มสปีด ลุยขยายลงทุนเพิ่มธุรกิจโรงไฟฟ้า แตกไลน์สู่ธุรกิจ Healthcare ความงาม และ Wellness สร้าง New S-Curve เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
ดร.แคทลีน มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (TSE) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ดำเนินการชำระคืนหุ้นกู้ ครั้งที่ 1/2566 มูลค่า 1200 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 ครบเต็มจำนวน ตามกำหนดเรียบร้อยแล้ว ตอกย้ำสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้าสร้างโอกาสทางธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
“ขอขอบคุณผู้ลงทุนและผู้ถือหุ้นทุกท่าน ที่ให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่นในศักยภาพการบริหารงานของ TSE มาโดยตลอด และในปี 2568 นี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้ากลยุทธ์ตามเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งการขยาย
การลงทุนในธุรกิจหลักโรงไฟฟ้า และการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ การแตกไลน์สู่ธุรกิจด้านสุขภาพ และความงามตามเมกะเทรนด์ของโลก เรามั่นใจว่าด้วยฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ควบคู่กับการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพื่อเพิ่มอัตรากำไรในธุรกิจ จะสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานในปีนี้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ” ดร.แคทลีน กล่าว
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวอีกว่าในไตรมาส 3/2567 กลุ่มบริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net Debt to Equity Ratio) จำนวน 0.95 เท่า ซึ่งลดลงจากปีก่อนที่ 1.14 เท่า เนื่องจากมีการไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนดจำนวน 1175 ล้านบาท และการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวของสถาบันการเงิน เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งทำให้กลุ่มบริษัทฯ เพิ่มขีดความสามารถในการขยายการลงทุนและพัฒนาโครงการใหม่ๆในอนาคตได้อีกมาก จากพื้นฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งบริษัทฯ มีความพร้อมสำหรับการลงทุนในธุรกิจหลัก คือ โรงไฟฟ้าที่จะสร้างรายได้และกระแสเงินสดประจำสม่ำเสมอ (Recuring Income) โดยปัจจุบันมีโครงการโรงไฟฟ้าทั้งหมด 41 โครงการ กำลังการผลิตเสนอขายรวม 241.86 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโครงการที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว 34 โครงการ และโครงการที่ยังไม่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) อีก 7 โครงการ
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ อยู่ระหว่างการศึกษาและพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะในรูปแบบกิจการร่วมค้า (Joint Venture) และการลงทุนในกลุ่มธุรกิจ Private PPA (Private Power Purchase Agreement) ในรูปแบบการลงทุนใหม่ๆ เช่น Direct PPA และ ESCO Model PPA ซึ่งเป็นการขายพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จากพลังงานแสงอาทิตย์ ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจ ทั้งกับภาครัฐและเอกชนแบบครบวงจร
รวมถึงเดินหน้ารุกขยายสายธุรกิจใหม่ด้านสุขภาพ (Healthcare) ธุรกิจเสริมความงาม Wellness และธุรกิจด้านเภสัชกรรม โดยอยู่ในช่วงศึกษาโครงการใหม่ๆเพิ่มเติม เช่น ศูนย์โรคเฉพาะทาง โดยคาดว่าจะมีความคืบหน้าภายในปีนี้ เพื่อเป็นช่องทางสร้างรายได้ใหม่ (New S-Curve) ตามเป้าหมายที่จะเติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาวให้กับผู้ถือหุ้น