‘เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท” กวาดรายได้ปี 67 ทุบสถิติ 10352 ลบ. บอร์ดจ่ายเงินปันผล 0.03 บาท/หุ้น

เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (SET: SHR) รายงานผลประกอบการปี 2567 สร้างรายได้ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 10352 ล้านบาท สอดคล้องกับแนวโน้มความต้องการท่องเที่ยวทั่วโลกที่ขยายตัวต่อเนื่อง พร้อมโชว์กำไรสุทธิไตรมาส 4 ของปี 2567 เติบโตขึ้นกว่าเท่าตัว สู่ระดับ 147 ล้านบาท รับแรงหนุนจากแผนการปรับปรุงโรงแรมทราย ลากูน่า ภูเก็ต ซึ่งแล้วเสร็จก่อนกำหนด และการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของโรงแรมในสาธารณรัฐมอริเชียส ทั้งยังสะท้อนความสามารถในการบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในไตรมาส 4 ของปี 2567 ที่ผ่านมา บริษัทฯ มีรายได้เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 2606.7 ล้านบาท โดยเป็นผลมาจากความสำเร็จจากการส่งมอบประสบการณ์พักผ่อนรูปแบบใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมายของโรงแรมทราย ลากูน่า ภูเก็ต ซึ่งสะท้อนได้จากอัตราค่าห้องพักในไตรมาส 4 ของปี 2567 ที่สูงขึ้นกว่า 30% และผลการดำเนินงานที่ฟื้นตัวสู่ภาวะปกติของโรงแรมเอาท์ริกเกอร์ มอริเชียส บีช รีสอร์ท นอกจากนี้ ผลลัพธ์จากความมุ่งมั่นในการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญมากกว่า 20% จากไตรมาส 4 ของปีก่อนหน้า ได้ช่วยผลักดันให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งกว่า 1.3 เท่าตัว

ภาพรวมรายได้ SHR ในปี 2567 เติบโตขึ้น 7% จากปีที่ผ่านมา และนับเป็นระดับรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 10352 ล้านบาท โดยการเติบโตที่โดดเด่นนี้ มีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอโรงแรมและรีสอร์ทของบริษัทฯ ซึ่งเติบโตขึ้นในเกือบทุกทำเลที่ตั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์การดำเนินกลยุทธ์ทางธุรกิจที่มีความยืดหยุ่น ผ่านทั้งการเดินหน้าแผนการตลาดเชิงรุกที่สร้างส่วนผสมตลาด (Market Mix) ที่เหมาะสมในมัลดีฟส์ และการต่อยอดพัฒนาคุณภาพสินทรัพย์และยกระดับมาตรฐานการให้บริการของแบรนด์ SAii อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลัก (Core Operations) ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานหลักของ SHR ในปี 2567 เติบโตขึ้นกว่า 25% อยู่ที่ 1246 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 55% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อยู่ที่ 134 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานอันแข็งแกร่งนี้ ส่งผลให้คณะกรรมการบริษัทมีมติให้ขออนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2567 ในอัตรา 0.03 บาทต่อหุ้น ซึ่งนับเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลที่สูงขึ้นกว่าปี 2566 ถึง 1 เท่าตัว
นอกเหนือจากผลประกอบการที่เติบโตขึ้นแล้ว ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ ยังได้บรรลุเป้าหมายสำคัญซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการพัฒนาประสิทธิภาพในการทำกำไรของพอร์ตโฟลิโอ โดยเริ่มต้นจากการเปิดให้บริการโรงแรม Mount Royal Edinburgh by The Unlimited Collection ในสหราชอาณาจักรภายใต้ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ The Ascott Limited ในเดือนตุลาคม ต่อเนื่องถึงในเดือนธันวาคมของปี 2567 ซึ่งได้มีการเปิดตัวโรงแรมทราย ลากูน่า ภูเก็ต ที่ได้รับการปรับปรุงแล้วเสร็จก่อนกำหนดและได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยม รวมถึงการยกระดับแบรนด์โรงแรมทราย เกาะสมุย วิลล่าส์ พร้อมเปิดตัว SAii Beach Club แห่งแรกในประเทศไทย นอกจากนั้นแล้ว ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ของปี 2568 บริษัทฯ ยังประสบความสำเร็จในการออกและเสนอขายหุ้นกู้มูลค่า 1700 ล้านบาท เพื่อเป็นการต่อยอดแผนปรับโครงสร้างต้นทุนทางการเงินให้เหมาะสมมากขึ้นและรองรับการขยายธุรกิจในอนาคตอีกด้วย

นายไมเคิล เดวิด มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า “ผลประกอบการที่เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดในไตรมาสนี้ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและศักยภาพของพอร์ตโฟลิโอ SHR ทั้งยังตอกย้ำแนวทางพัฒนาธุรกิจที่มีประสิทธิภาพของบริษัทฯ โดยนอกจากผลการดำเนินงานที่เติบโตโดดเด่นของทั้งโรงแรมในประเทศไทย และกลุ่มโรงแรมเอาท์ริกเกอร์แล้ว บริษัทฯ ยังสามารถบริหาร RevPAR ของโรงแรมในโครงการ CROSSROADS ให้เพิ่มขึ้นได้ ท่ามกลางภาวะการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น โดยในปี 2568 นี้ เราจะดำเนินการปรับปรุงโรงแรมในสหราชอาณาจักรอีก 3 แห่งต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา เพื่อยกระดับคุณภาพสินทรัพย์และมาตรฐานการให้บริการ ปรับเปลี่ยนแบรนด์และตำแหน่งทางการตลาด ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาศักยภาพในการสร้างรายได้และกำไรของพอร์ทโฟลิโอให้ดียิ่งขึ้น”
แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2568 ของบริษัทฯ มีสัญญาณเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่องทั้ง YoY และ QoQ เห็นได้จากยอดจองห้องพักล่วงหน้าที่ขยายตัวขึ้นในเกือบทุกภูมิภาค โดยเฉพาะโรงแรมในประเทศไทยที่ระดับ RevPAR ในเดือนมกราคมเติบโตขึ้นถึง 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีปัจจัยหนุนหลักจากอัตราค่าห้องพักที่เพิ่มขึ้นถึง 45% ของโรงแรมทราย ลากูน่า ภูเก็ต เช่นเดียวกับการเร่งตัวขึ้นของผลการดำเนินงานช่วงไฮซีซั่นของโรงแรม SO/ Maldives ที่มีอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นแตะระดับ 75% และมีอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยเกิน 900 เหรียญดอลลาร์สรอ. จากแนวโน้มที่สดใสข้างต้น ประกอบกับการบริหารจัดการประสิทธิภาพในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และต้นทุนทางการเงินที่คาดว่าจะปรับลดลงได้ 8-10% เมื่อเทียบกับปี 2567 จะช่วยผลักดันให้ภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2568 ของ SHR เติบโตขึ้นได้อย่างโดดเด่น
“การเริ่มต้นได้อย่างน่าประทับในเดือนมกราคมที่ผ่านมา นับเป็นก้าวแรกที่สำคัญเพื่อบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ในปีนี้ และเป็นผลลัพธ์จากความทุ่มเทร่วมกันของทุกส่วนใน SHR เพื่อส่งมอบประสบการณ์พักผ่อนที่ดีที่สุดสำหรับแขกโรงแรมของเรา โดยในปี 2568 เราจะมุ่งเน้นเดินหน้าบริหาร RevPAR ให้มีความเหมาะสมในทุกสภาวะตลาด ผ่านการดำเนินกลยุทธ์ธุรกิจที่ยืดหยุ่นเพื่อตอบสนองความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างผลกำไรให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน" นายไมเคิล กล่าว