JMT เตรียมออกหุ้นกู้ชุดใหม่ อายุ 2 ปี ดอกเบี้ย 4.90% เริ่มจอง 11 มี.ค. นี้!

   เมื่อ : 11 มี.ค. 2568

บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT เตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้ระยะยาว ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ครั้งที่ 1/2568 อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.90% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก ๆ 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ มูลค่าการเสนอขายรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 1700 ล้านบาท เสนอขายระหว่างวันที่ 11 - 13 มีนาคม พ.ศ. 2568 นี้ แก่ผู้ลงทุนทั่วไปและผู้ลงทุนสถาบัน เพื่อนำเงินไปชำระคืนหุ้นกู้เดิม (Roll-Over) และเสริมความสามารถในการเข้าซื้อหนี้ด้อยคุณภาพจากบริษัท/สถาบันการเงินเข้ามาบริหาร


สำหรับหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในกลุ่มน่าลงทุนหรือ Investment Grade ที่ระดับ “BBB ” แนวโน้ม “Negative” จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 อันดับเครดิตองค์กรของ JMT อยู่ในระดับเท่ากับอันดับเครดิตองค์กรของ JMART ซึ่งสะท้อนถึงสถานะของบริษัทที่เป็นบริษัทลูกหลัก (Core Subsidiary) ของ JMART โดยเป็นไปตาม “เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตกลุ่มธุรกิจ” ของทริสเรทติ้ง ทั้งนี้ JMT มีบทบาทสำคัญต่อกลุ่มเจมาร์ท (JMART Group) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจด้านการเงิน โดยบริษัททำหน้าที่เป็นแกนหลักที่ช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานของธุรกิจการเงินอื่น ๆ ภายในกลุ่ม


ด้าน นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า “เราเชื่อว่า การออกและเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัทในหลายด้าน โดยเฉพาะ การคืน Roll-over หุ้นกู้ เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านกระแสเงินสดไว้สำหรับการขยายพอร์ตบริหารหนี้ ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง อีกทั้ง จากภาพรวมผลการดำเนินงานที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น และแนวโน้มการเติบโตในอนาคต จะสนับสนุนให้ JMT ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการจากบริษัทจัดอันดับเครดิต ทริสเรทติ้ง จำกัด ซึ่งคาดจะมีการประกาศการจัดอันดับความน่าเชื่อถือประจำปี เร็วๆ นี้”


โดย JMT ตั้งเป้าปี 2568 กำไรเติบโตจากปีที่ผ่านมา พร้อมวางงบลงทุนในการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพ จำนวน 2000 ล้านบาท (เทียบกับ 1139 ล้านบาทในปี 2567) อีกทั้งยังรุกตลาด InsurTech ซึ่งมีศักยภาพเติบโตสูง เพื่อสร้างการขยายตัวอย่างยั่งยืนและเสริมพอร์ตธุรกิจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น